สอบตก ทั้ง ๆ ที่ตั้งใจอ่านหนังสือมาก ๆ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากความล้มเหลว

เคยไหม อ่านแทบตาย เข้ามันทุกคลาส แต่ดัน “สอบตก” ? เราเพิ่งเจอสด ๆ ร้อน ๆ เลยเมื่อวาน เลยอยากรีบมาเขียนความในใจ และ emotional journey ที่ได้เจอมาใน 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาว่าได้เรียนรู้ และคิดอะไรได้บ้าง มันเจ็บใจ มันผิดหวัง มันช็อค และภาพของทั้งเทอมที่อ่านหนังสือ และเข้าเรียนมาก็กลับมาเล่นในหัว

เรามาเรียนต่อที่ออส และคือด้วยความที่ไม่มีพื้นฐานเกี่ยวกับเลจ หรือธุรกิจเลย เรามาเลือกลงวาปีแรก เป็น Mangerial Economics ที่เราคิดว่าเออน่าสนใจดี และน่าจะเลขน้อยกว่าอันอื่น ๆ ที่มีให้เลือก นั่นก็คือ Accounting กับ Finance แต่หารู้ไหม มันยากกกกกกกกสาดดดดดดดด นอกจากจะมี theory เยอะมากแล้ว ยังต้องตีโจทย์ให้แตก ซึ่งเรามีปัญหากับมันมาก ๆ

เรารู้ตัวว่าอ่อนกว่าคนอื่น เลยพยายามมากที่จะไปเรียนมากกว่า 1 คลาสต่ออาทิตย์ที่เค้าให้ไป เราเข้าไป 2 เลยจ้า กลัวมาก ก่อนสอบคืออ่านตัวนี้เยอะสุด และนั่งทำ past paper แบบไม่ห่วงวิชาอื่น พอวันสอบมา ข้อสอบก็ตามที่เคยเห็นผ่าน ๆ ตาเว้ย และคิดว่าทำได้  แต่พอมาเชคจริง ๆ เออทำผิดแอบเยอะ และพอผลออกก็ไม่เชื่อสายตา

Fail. Not Completed. เชี้ย นี้เราตกจริงหรอวะ วิชาแรกที่ผลออกก็ไม่ผ่านแล้วหรอ

 Stages of Grief

Image result for stages of grief

Credit to: Lifehack

เราว่าจริงมาก ๆ นี้คือตาม stage เลย stage แรกคือ Denial  แบบงง ช็อค ไม่อยากเชื่อ คิดว่าดูผิด คิดว่าเค้าต้องตรวจผิดข้อสอบแน่ ๆ ไม่นะ ไม่จริง ไม่เชื่อ

เสร็จก็เริ่มเข้า stage 2 เริ่มโกรธ เริ่มรู้สึกว่าชีวิตแม่งไม่แฟร์ ทำไมเข้าทุกคลาส ทำทุกอย่าง อ่านแทบตายไม่ได้วะ ทำให้ my best is not enough ทำไมฉันไม่ดีพอ ทำไมฉันถึง “สอบตก” โทรไปร้องไห้กับเพื่อนบ้าง แฟนบ้าง พี่บ้าง แม่บ้าง

พอสักพักก็เริ่มเข้า stage 3 คือส่งอีเมลไปหาครูละ ถามว่าสามารถ  re-assess ได้ไหม สอบใหม่ได้ไหม บลา ๆ เริ่มต่อรองคะแนน ขอคะแนนความสงสาร หรืออะไรก็ได้

Stage 4 คือแย่สุด แม่งเศร้ามาก จุดตกต่ำ เชี้ย ไปเรียนต่อมาน้ำหนึกขึ้น อ้วน และยังจะโง่ เรียนไม่ผ่านอีก คือตอนนี้ทุกอย่างแม่งมารุมกันหมด ตั้งแต่เกลียดมหาลัย เกลียดคอร์ส ยันเกลียดตัวเองที่ทำไม่ได้ คือ chaos ไปหมดในหัว เหนื่อยละจุดนี้ ไม่โกรธแล้วแค่เศร้า ร้องไห้จนเหนื่อย สงสารคนที่ต้องนั่งฟังเราร้องไห้ เลยไปเปิด youtube ฟัง ปลอบใจ

กว่า Stage 5 จะมาถึงก็สักพักใหญ่ ๆ เกือบผ่านไป 24 ชม หลังรู้ว่า สอบตก ว่าเออไม่มีอะไรที่เราทำได้ ไม่มีอะไรที่จะสามารถเปลี่ยนได้ เราอยู่ไทยด้วย และอุสากลับมาพักผ่อน เอาเถอะ ต้องเรียนใหม่ก็ต้องเรียนใหม่อะ ครั้งนี้มันต้องดีกว่าดิ

บอกได้เลยว่าอารมณ์แปรปรวนมาก  emotional rollercoaster อย่างแท้จริง เหมือนคนเป็น bi-polar เคยไหมอยากเลิกเศร้า หรือคิดมาก แต่พอมีความสุขแล้วรู้สึกผิด ประมาณว่ามึง สอบตก นะ มึงยังมีหน้ามามีความสุข ไปกินข้าวกับเพื่อนอย่างสบายใจได้ไง

แต่เราเชื่อว่าในที่สุดแล้ว… ทุกอย่างต้องใช้เวลา มันอาจจะไม่โอเคมาก ๆ ตอนนี้ แต่แล้วมันจะผ่านไป เราไปเจอ quote นี้มาในไอจี

Credit to: @thegoodquote

คือเรารู้ว่ามันจริงมาก ตอนนี้มันอาจจะดูเหมือนเป็นความล้มเหลว แต่ในที่สุดมันจะมีเหตุผลของมันที่ต้องเกิดขึ้น อย่างเรา เราไม่เคย สอบตก มาก่อน มันเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะชีวิตเราไม่เคยเจอความผิดหวังแบบนี้ เพราะเราเชื่อว่าคนที่พยายาม ตั้งใจอะไรจริง ยังไงก็ต้องทำได้ และจากที่เราเรียนป.ตรีมา เราเข้าใจว่ายังงั้นจริง ๆ เราไม่เคยสอบตก เราไม่เคยไม่ผ่าน แต่ครั้งนี้นอกจากจะ สอบตก แล้ว เรายังไม่ผ่านด้วย เพราะคอร์สนี้ถ้าสอบไม่ผ่าน ก็คือไม่ผ่านคอร์ส ไม่ว่าคะแนนเก็บจะเท่าไหร่ก็ตาม

มันเซ็งอะ มันเจ็บใจ ผิดหวัง และรู้สึกโกรธ แต่แล้วไง ก็นี้คือสิ่งที่เกิด วันนี้คิดว่าไมอยากกลับไปเรียนเลย อยากกลับไทยแล้ว แต่ต้องจำไว้ว่านี้เป็นอีกประสบการณ์หนึงในชีวิตที่เราต้องเจอ ที่เราต้องผ่านมันไปให้ได้ ถึงแม้ว่าต้องร้องไห้อีก หรือต้องเริ่มใหม่หมดเลยก็ตาม

อยากบอกให้ทุก ๆ คนที่กำลัวอ่าน ไม่ว่าจะเพราะเพิ่ง สอบตก มาเหมือนกัน หรือว่าอะไรก็ตามว่า สู้ ๆ นะ เราต้องสู้ เราต้องเชื่อมั่นว่าเราทำได้ และเราต้องดีกว่าเดิม กว่าที่เป็น เก่งกว่าเดิม เข้าใจกว่าเดิม ชั้งมัน อะไรที่ผ่านไปแล้ว เปลี่ยนไม่ได้ ให้มันไปเถอะ ทุกคนต้องผ่านความผิดหวังนี้ ไม่ว่าจะรูปแบบอะไรก็ตาม ทำการค้าไม่ขึ้น ทำสอบไม่ได้ แต่อยากให้รู้ว่าสิ่งที่สำคัญที้สุดคือ

“NEVER GIVE UP”

เพราะถ้า give up แล้วเราจะล้มเหลวทันทีโดยที่ไม่มีโอกาสได้แก้ไข หรือเปลี่ยนอะไรมันเลนด้วยซ้ำ และนั่นคือความล้มเหลวที่แท้จริง การที่เรายอทให้ความกลัว ความไม่สบาย ความคับอกคับใจมาชนะ และหยุดเราจากสิ่งที่เราอยากได้

ตอนเรารู้ว่าเราสอบตก เราโทรหาพี่ชายคนแรก เพราะนางเป็นคนจ่ายตัง เราแบบร้องไห้เหมือนเด็กน้อย และบอกไม่เอาแล้วอยากกลับบ้าน เดียวใช้หนี้ให้ และแทนที่นางจะแบบว่าอะไรเรา นางบอกหยุดนะ โตแล้ว นี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาร้องไห้ งอแง เป็นเด็ก และมาอ่อนแอ..

ทุกอย่างเธอเลือกเอง ประเทศ มหาลัย คอร์ส ไม่มีใครบังคับทั้งนั้น อยู่สบาย ๆ ที่บ้านเธอไม่ชอบ เธอไม่เอาอยู่แล้ว เธอเลือกที่จะไป เธอต้องทำให้สุดดิวะ บอกเองนะว่าอย่างน้อยต้องขอลอง ไม่งั้นจะไม่มีวันรู้ และจะมาเสียดายทีหลังว่าไม่เคยลอง ไม่เคยพยายาม ไม่เคยทำ

 

ไอเราก็แบบเงียบไปเลย เออจริงวะ เราเป็นคนเลือกเอง พอสอบตก หรือล้มเหลวที จะวิ่งหนีกลับมาความสบายเลยไม่ได้ นี้แค่เป็นความล้มเหลวแรกเองนะ ยังมีอีกมากมายรอเราอยู่ และเผื่อว่าจะจำไม่ได้ เราก็ผ่านอะไรมาเยอะนะ ถึงจะอายุน้อยก็ตาม ไปเที่ยวเองไกล ๆ เป็นเดือนบ้าง ทำงานที่ไม่มีใครเค้าทำบ้าง และเราก็ผ่านมันมาได้หมด

..

.

ครั้งนี้อุปสรรคนี้ดูใหญ่มาก แต่ก็เหมือนทุก ๆ ครั้งที่ดูใหญ่ไปวะหมด และนั่นก็เพราะเราอยู่ใกล้มัน ทุกปัญหาตอนเราย้อนกลับไปดูกลับไม่ได้แย่ หรือยิ่งใหญ่ขนาดนั้น และเรายังต้องขอบคุณตัวเองด้วยซ้ำที่ไม่ยอมแพ้ ไม่ว่าปัญหาจะเล็ก หรือใหญ่ก็ตาม ตราบใดที่เรายังมีความหวัง อยากทำนู้นทำนี้ อยากได้นู้น อยากได้นี้ มันก็ดีกว่ามีชีวิตที่ไม่มีจุดหมายใด ๆ เลยนะ 🙂

Comments

comments