การ “ประท้วงในอเมริกา” ครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับ Coroavirus อย่างที่คนทั่วโลกตอนแรกเข้าใจ เราเองก็เป็นหนึ่งในคนที่คิดว่าที่การประท้วงครั้งนี้น่าจะเกี่ยวจากความโกรธ และสุดจะทนกับมาตรการล็อคดาวน์ ที่ทำให้คนทั้งอเมริกา และทั่วโลกต้องตกงาน ไม่มีข้าวกิน แต่การประท้วงครั้งนี้ยิ่งใหญ่กว่านั้น นี้คือเหตุผลที่ทำให้มันรุนแรง และยาวนานหลายวัน พร้อมกับคนนับหมื่น ๆ ในเมืองนับสิบ ๆ ของประเทศสหรัฐ แน่นอนว่าความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่สหรัฐอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นทุกประเทศในโลก ไม่ว่าจะเหยียดหิวคนดำในยุโรป หรือจะเหยียดผิวคนเอเชีย คนมุสลิมอุยกูร์ในจีน และ Aborginals ในออสเตรเลีย คือมีกันหมด ทำให้การ ประท้วงในอเมริกา ในครั้งนี้ยิ่งใหญ่ และเกิดขึ้นไม่ใช่แค่ในหลายเมืองของเมกา แต่ในหลายเมืองในหลายประเทศของโลกด้วย

บทความนี้ยาวมาก ใช้เวลาเขียนทั้งวันทั้งคืน เพราะมีอะไรจะอธิบายเยอะมากจริง ๆ เพราะตัวเราเองสนใจข่าวการเมืองเมกามาตลอด ตั้งแต่ presidental election จนเรื่องปัญหานโยบายต่าง ๆ คือเราชอบฟังมาก เลยอินเป็นพิเศษกับเรื่องนี้

นี่คือแผนที่ของเมืองในประเทศอเมริกาที่กำลังโดน curfew และการส่งกองกำลัง National Guard หรือกองทัพเข้าเมืองครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่ครั้งสุดท้ายตอนสงครามโลกครั้งที่  2 พูดได้ว่าเป็นการประท้วงที่รุนแรง และยิ่งใหญ่มากในรอบหลายสิบปี ครั้งที่แล้วที่มีการประท้วงแบบต้องเอากองทัพเข้ามาคือ 1992 ที่ ​​Los Angeles ตอนนั้นก็เกี่ยวกับการถูกฆ่าของคนผิวดำจากน้ำมือของตำรวจเช่นกัน แต่ครั้งนั้นมีการประท้วงแค่ใน Los Angeles เท่านั้น

USA is not a first-world country we understand it to be..

เราในฐานะนักท่องเที่ยวที่เคยไปเที่ยวเมกา โดยเฉพาะเที่ยวแอลเอ เราได้เห็นรูปของการ ประท้วงในอเมริกา ในครั้งนี้ คนที่ไปประท้วงเค้าเข้าไปทำลาย และเผา ย่าน shopping ต่าง ๆ ที่ตัวเราเองก็ไปมา เช่น The Grove คือขนาดเราไม่ใช่คนที่นั้น แต่เพราะเคยไปมาเอง รู้สึกใจหายที่เห็นมันพังขนาดนี้

Looting

ต้องเข้าใจก่อนว่าจริง ๆ คนที่ขโมยเป็นเค้าคิดอีกแบบที่ขนาดเจ้าของร้านที่โดนขโมยยังรู้สึกเข้าใจ นั่นก็คือ ทำไมชั้นต้องทำตาม หรือเคารพบ้านเมือง และกฎหมาย ในเมื่อบ้านเมือง และกฎหมายไม่ได้สร้างมาเพื่อดูแลชั้น เหมือนพ่อแม่สอนให้เราทำอะไรสักอย่าง และตัวเองดันทำเอง ในฐานะของคนที่โดนปกครองก็ต้องรู้สึกไม่อยากเชื่อฟัง ไม่อยากเคารพเป็นเรื่องธรรมดา

Looters plunder the Sand and Surf Store as protestors face off with police as unrest continues in the wake of the death of George Floyd in Minneapolis. (Robert Gauthier / Los Angeles Times)Protests after the death of George Floyd, Santa Monica, Los Angeles, California, USA - 31 May 2020

อาจจะมีส่วนที่ขโมยเพราะหิวโหยหลังจากไม่มีงานทำเป็นเวลานานเพราะโควิด คนอาจจะพูดว่าขโมยเพื่ออะไร ทำไปแล้วมีอะไรดี แต่ต้องคิดกลับกันว่า คนเหล่านี้รู้สึกโดนขโมยสิทธิความเป็นคนมานาน นอกจากนั้นยังถูกขโมยโอกาส ความสุข และบางถึงกับชีวิต ทั้งของตัวเอง และญาติพี่น้อง เพื่อน เค้ามองว่าการที่เค้าขโมยจากร้าน และ brand แพง ๆ ดัง ๆ ที่มีเงินมากมายจากการใช้แรงงานและเอาเปรียบคน ที่อาจจะมาจากประเทศที่ไม่เจริญบ้าง หรือเป็นคนผิวสีในประเทศบ้าง เค้ามองว่าขโมยแค่นี้ยังน้อยไปถ้าเทียบกับสิ่งที่เค้าต้องโดนถูกขโมยมานาน

Aftermath of the riots in the Fairfaix District of Los Angeles, CA Black Lives Matter protest aftermath and cleanup, Los Angeles, USA - 31 May 2020

 

Aftermath of the riots in the Fairfaix District of Los Angeles, CA Black Lives Matter protest aftermath and cleanup, Los Angeles, USA - 31 May 2020

ขอบคุณรูปจาก Footwearnews ไปดูกันเพิ่มได้ เพราะมีเยอะมาก นี้แค่ย่านเดียวของเมืองแอลเอ

Homeless People

ยอมรับเลยว่าคนเมกามีการแบ่งชนชั้นที่เห็นได้ชัดมาก inequality นางสูงแบบน่ากลัว เราสามารถเห็นคนที่ไม่มีบ้านอยู่ หรือ homeless เยอะมากจริง ๆ โดยเฉพาะใน Downtown ทั้ง Skid Row ของ LA ที่ตอนนั้นเราไปเที่ยวและดันไม่รู้ ไปเลือก Airbnb ที่อยู่ใกล้ ๆ เห็นเป็น Tent City เลย กับคนที่ไม่มีบ้านเลยต้องเปิด tent อยู่ตามถนน เห็นเข็มฉีดยาเต็มทางเดิน เพราะคนพวกนี้มีการติดยาอยู่ด้วย รับรองว่าเนื่องจากไม่มีบ้านอยู่ ถนนก็จะมีกลิ่นฉี่ และจะเห็นอุจจาระของคนบนทางเดิน คือเราตกใจจริง ๆ เพราะไม่คิดว่ามันจะเยอะ และเห็นทุกที่ขนาดนี้

ก่อนที่จะเราจะไปเที่ยวซานฟรานก็ได้ยินข่าวว่าบันไดเลื่อนของ BART หรือ subway ของเมืองต้องปิดเพราะอุจจาระของคน homeless มันเยอะจนทำให้เครื่องพัง!? มากไปกว่านั้นยังมี needles ทิ้งเกลื่อนกลาด เพราะคนไม่มีบ้านอยู่เหล่านี้เค้าก็ติดยาเสพติดกันด้วยนั่นเอง จากเรื่องสกปรก กลายเป็นเรื่องอันตรายต่อผู้ที่เดินไปมาอีก

1 Trillion Dollars of Student Loans

คนจนก็มีแต่จะจนเอาจนเอา ในระหว่างที่คนรวยก็รวยเอารวยเอา ไม่มีการดูแลของรัฐใด ๆ ทั้ง healthcare และการศึกษาที่แพงมาก จนทุกคนต้องเป็นหนี้ student loan เป็นแสน ๆ ดอลก็มี เป็นเรื่องปกติไปแล้วว่าถ้าจะเรียนมหาลัย คือต้องเป็นลูกหนี้ของรัฐ

One of World’s Most Expensive Healthcare

สำหรับ healthcare เราก็ตกใจ ถ้าคิดว่าไทยแพงแล้ว ยาของเค้าแพงกว่า นี้ก็สืบเนื่องมาจากการที่บริษัทยาต่าง ๆ นางเป็น private for-profit แปลว่าไม่มีใคร regulate ราคาเลย นางต่างทำเพื่อกำไร ไม่ใช่ช่วยชีวิตคน ทำให้ยาที่สำคัญ ๆ ต่าง ๆ ที่จำเป็นในการดำรงชีวิตคือแพงแบบไม่สบายทีล้มละลายได้  เรื่องนี้เขียนบทความแยกได้เลย มีเรื่องให้พูดเยอะจริง ๆ แต่เอาไปดูคร่าว ๆ ตามนี้

เมกาเป็นประเทศ developed ประเทศเดียวที่ไม่มี universal healthcare coverage ให้ประชาชนตัวเองที่จ่ายภาษีนะจ้ะ ต้องทำ insurance หรือประกันกันเองถ้าไม่อยากล้มละลายเพราะเจอบิลโรงพยาบาล

โอย เริ่มอินจนออกประเด็น เอาเป็นว่าการเป็นคนเมกาก็ยาก และใช้จ่ายสูงอยู่แล้ว ถ้าเกิดมาเป็นคนผิวสีคือหนักกว่า 2 เท่า เราเลยอยากใช้เนื้อที่นี้มาเล่า overview ประวัติศาสตร์ของประเทศอเมริกาแบบคร่าว ๆ ว่าเป็นมายังไงคนผิวสีถึงสุดจะทนจริง ๆ ในการประท้วงใหญ่ครั้งนี้ และถ้าเราเข้าใจว่าประวัติมันเกิดขึ้นมายาวนาน เราก็จะเข้าใจว่าที่เค้าต้องทำรุนแรง เผาบ้านเผาเมืองเป็นอะไรที่เข้าใจได้ แม้แต่เจ้าของบางร้านที่โดนขโมยยังเข้าใจว่าทำไมถึงมันต้องเกิดขึ้น บางคนบอกว่า buildings can be rebuilt but lives cannot come back ด้วย


1. Atlantic Slave Trade (1619-1865)

จากการที่เราอ่าน และ research เรื่องประวัติศาสตร์การเหยียดสีผิวของประเทศอเมริกา เราได้ยินมาเยอะตั้งแต่สมัย 1600 ที่คนผิวสีถูกย้ายมาจากประเทศในแทบแอฟริกาเพื่อมาเป็นแรงงาน พวกเขาถูกขนย้ายมาแบบแน่นมาก เป็นเวลาเดือน ๆ ทางทะเลเพื่อมา New World หรือโลกใหม่อย่างเมกาที่ต้องการใช้แรงงานคนอย่างมากในการสร้างประเทศ เรือแรกที่ขนส่งคนมาถึงประเทศอเมริกาคือปี 1619 นั่นเอง

2. American Revolution War (1775-1783)

ต่อมาประเทศนี้ก็เริ่มอยากจะปลีกตัวออกมาเป็นประเทศของตัวเอง ออกจากการปกครองภายใต้ของประเทศอังกฤษ นางก็เลยเกิดสงคราม Revoltion War ขึ้นนั่นเอง ด้วยการช่วยเหลือจากศัตรูหลักของประเทศอังกฤษในตอนนั้น อย่างฝรั่งเศส (ที่ก็ภายหลังก็จะเกิดการปฏิวัติในประเทศตัวเองเหมือนกัน หรือ French Revolution ที่ guillotine พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และแม่นาง Marie Antoinette) คนผิวสีก็ช่วยต่อสู้เพื่ออิสรภาพของตนเองเหมือนกัน แต่ใครจะรู้ว่าเมื่อสงครามจบลง ประเทศจะถูกแยกเป็น 2  ส่วน ส่วนเหนือ (North) กับใต้ (South)

American Revolutionary War | Marvel Database | Fandom

สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างรัฐที่อยู่ North คือนางเริ่มให้อิสระกับทาสคนผิวสี ต่างกับรัฐที่อยู่ South เนี้ยนางยังไม่ยอม เรารับรู้เรื่องนี้ดีจากหนัง hollywood ต่าง ๆ ว่าด้วยเรื่องคนดำเป็นแรงงานทาสให้คนผิวขาวโดยเฉพาะใน cotton plantationในหนังอย่าง 12 Years of Slaves ในทุ่ง

How Slavery Became the Economic Engine of the South - HISTORY

ยันเก็บเกี่ยวอ้อยในแถบหมู่เกาะ Bahamas

The Plantation System | National Geographic Society

ทำให้ประเทศอเมริกานี้ละคือโตเร็วอย่างมาก และร่ำรวยเหลือเกิน เพราะมีแรงงานทาสมาอย่างไม่หยุดหย่อน  แต่การขนส่งแรงงานทาสอย่าง Atlantic Slave Trade ก็ถูกแบนเป็นทางการ ย้ำว่าเป็นทางการ แปลว่ายังมีการขนส่งแบบผิดกฎหมายอยู่ หลังจากสงคราม American Revolution War สิ้นสุดลง คนที่ประท้วงในตอนนี้เลยบอกว่าฉันไม่ผิดอะไรเลยที่จะทำลายบ้านเมือง ในเมื่อฉันเป็นคนสร้างมันขึ้นมา นี้ก็ถูกของเค้าอีก เพราะขนาด White House ที่ประธานาธิบดีสหรัฐอยู่ ก็ถูกสร้างมาโดยทาสคนผิวสี

3. American Civil War (1861-1865)

For the last time, the American Civil War was not about states ...

พอมาถึงปี 1860 หลัง Lincoln นางได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ก็เริ่มสงครามระหว่างรัฐที่อยู่ North หรือฝ่าย Union ที่อยากยกเลิกทาส กับพวกรัฐที่อยู่  Deep South ที่ยังมีใช้แรงงานทาสอยู่ หรือที่เรียกว่าฝ่าย Confederacy (ที่มีอยู่กว่า 16 รัฐ เช่น Texas, Georgia (ที่ถูกโชว์เหมือนในหนัง Gone with the Wind), South Carolina, Mississippi (ที่การประท้วง 2020 ครั้งนี้เกิดขึ้น), Kentucky, Oklahoma etc)

พอรัฐ North ฝ่าย Union ชนะ ก็ปลดการใช้แรงงานทาส ที่ทำให้ Lincoln นางเป็นประธานาธิบดีสหรัฐที่โดงดังนั่นเอง เหมือนร .5 ของเราที่ปลดแรงงานทาสนั่นเอง

Advantages of the North and South

4. Jim Crow Laws (1877-1954)

อะต่อมา ยังไม่จบ ถึงแม้จะมีการเลิกทาสแล้วก็ตาม คนดำก็ยังไม่เท่าเทียมกับคนขาวอยู่ดี นางมี กฎหมายจิมโครว์ (Jim Crow Laws) โดยมีการแบ่งแยก (segregation) อยู่แรงมาก ภายใต้นโยบาย “แบ่งแยกอย่างเท่าเทียม” “Seperate but equal”  คือเอิมมาก เท่าเที่ยวแต่แบ่งแยก คืออะไร เหมือนในหนังที่เราเคยดูกันอย่าง The Help คือเป็นแบบนี้จนถึงหลังสงครามโลกก็ยังมี ตั้งแต่ไม่ให้คนผิวสีใช้ห้องน้ำ นั่งรถบัส และพูดง่าย ๆ ว่าเป็นพลเมืองชั้นสอง แต่เอาจริง ๆ เราว่าแย่กว่าชั้น 2 เพราะนอกจากจะโดนกดแล้ว ยังโดนรังเกียจ โดนรังแกอีก

What were the Jim Crow Laws? - YouTube

Real MOORS Talk about: Jim Crow Laws Part 2 02/20 by nXphase ...

WHITE SUPREMACY – KU KLUX KLAN (KKK)

Coronavirus: Georgia suspends anti-mask law targeting Ku Klux Klan ...

ที่แย่ไปกว่านั้นคือโดนทำร้ายจาก White Supremecy อย่าง KKK ที่ชื่อโดงดัง เพราะความน่ากลัว และความป่าเถื่อนในการทำร้าย และทรมาน ทารุณคนผิวสีจน โดนการฆ่าแบบแขวนคอที่เรียกว่า Lynching  คือสมัยนั้นอยู่ด้วยความกลัวล้วน ๆ โดยเฉพาะถ้ามีลูกเล็ก คือกลัวลูกไปเล่นนอกบ้านแปปเดียว และหายตัวไปเพราะโดนจับไปทำร้าย มารู้อีกทีลูกเสียชีวิตก็มีเป็นเรื่องปกติไปเลย ประเด็นคือเรียกขอความช่วยเหลือจากตำรวจก็ไม่ได้นะจ้ะ เพราะนางก็ไม่สนจ้า

White Flight and the creation of American Suburban

เหตุผลหลักที่มี American Suburban หรือ Urban Sprawl ที่เห็นว่าคนเมกาจะมีบ้านเป็นหลัง ๆ มีสวนหลังบ้าน และชอบไปไหนมาไหนด้วยการขับรถ นี้ก็เพราะนางพยายามจะย้ายออกจากเมืองใหญ่ ๆ เพื่อไปให้ไกล ๆ คนผิวสีนั่นเอง พวกคนขาวที่มันอันจะกิน และขอกู้เงินจากธนาคารได้ก็รีบออกไปกันเลย ไปนอกเมืองซื้อบ้านอยู่ไกล ๆ คนผิวสีดีกว่า การกระทำเรียกว่า White Flight นั่นเอง

Suburban life in the 1950s | Life in the 1950s, American dream ...

นี่ไม่ได้เกิดแค่เมกานะจ้า แต่มีคล้าย ๆ กันเลยอย่าง นโยบายการแบ่งแยกสีผิว ที่ชื่อว่า Apartheid ที่แอฟริกาใต้ก็มีปัญหานี้ กว่าจะยกเลิกนโยบายก็ปี 1991 นำโดย Nelson Mandela นั่นเอง

Looking Back: In Washington, D.C., Activists Campaigned to End ...

 

Nelson Mandela - Quotes, Facts & Death - Biography

 5. Civil Rights Movement (1954–1968)

อันนี้เชื่อว่าหลาย ๆ คนได้ยิน กับการเดิน ประท้วงในอเมริกา ของคนผิวสีที่สุดจะทน มีผู้นำอย่าง Martin Luther King กับการพูดปราศรัย I have a dream อันโด่งดัง

Martin Luther King, Jr. | Biography, Speeches, Facts ...

ที่เริ่มต้นจากด้วยการไม่ให้คนผิวสีนั่งรถบัสของ Rosa Parks

Rosa Parks | Biography & Facts | Britannica

แต่ที่การ ประท้วงในอเมริกา ในครั้งนี้มีการพูดบ่อยถึงเรื่องของเด็กหนุ่มวัย 14 ขวบอย่าง Emmett Till ที่นางโดนฆ่าอย่างทารุณเพราะผู้หญิงผิวขาว “โกหก” ว่าตัวเองโดนล่วงละเมิดทางเพศ โดยการผิวปาก และกระชากเอวนาง การฆ่าอย่างทารุณครั้งนี้คือเกิดขึ้นโดยสามีของเธอนั่นเองจ้า สามีนางบุกไปบ้านเด็กชาย Emmett และเอาออกมาทารุณ ทำร้ายจนเสียชีวิต และเอาศพไปทิ้งในแม่น้ำ แม่ของเด็กชายคือโกรธมากจนงานศพให้เป็นการเปิดศพให้ทุกคนที่มางานได้ดู ว่าเด็กชายสภาพคือ… พิการ เสียโฉม ช้ำ บวม สภาพแบบดูไม่ได้เลย (ถ้าใครอยากเห็นลอง search ได้)ให้ทุกคนได้เห็นถึงความไม่ยุติธรรมในครั้งนี้

Emmett Till: new memorial to murdered teen is bulletproof | US ...

ภายหลังผู้หญิงผิวขาวคนนี้ นางมีชื่อว่า Carolyn Bryant บอกว่าไม่จริง นางสร้างเรื่องขึ้นมาเองจ้า คืองงมากว่ามโนทำไม

แต่เรื่องนี้จะเกิดขึ้นเยอะมากๆๆๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีก เพิ่งเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วด้วยกลาง Central Park ใน New York City ด้วย ที่คนผิวขาวอย่าง Amy Cooper คนนี้ใช้ White Privilege (เอกสิทธิ์คนขาว) ของตัวเองกล่าวหาเท็จใส่คนดำ ที่แค่เตือนให้นางดูแลหมาตัวเองโดยการใช้สายรั้งหน่อย เพราะนางอยากดูนก และหมานางทำให้นกแตกตื่น ประเด็นมันเป็น กฎระเบียบในสวนอยู่แล้ว แทนที่นางจะทำตาม นางบอกว่านางกลัวที่นางอยู่คนเดียวกับผู้ชายผิวสีที่จะมาเตือนนางคนนี้ แลขู่ว่าจะโทรหาตำรวจ เพราะนางรู้ว่าตำรวจเนี้ยจะต้องเชื่อนาง และพอมาหาจะต้องจับผู้ชายคนนี้ทันที เพราะผิวสีของเค้า !?? เรื่องนี้ดังมากค่ะ เพราะเกิดที่มหานคร New York และไม่ใช่พวกรัฐ Deep South ที่อาจจะยังไม่พัฒนา ใน Central Park!!

ใน clip ที่ผู้ชายถ่ายไว้เพื่อป้องกันตัวเอง นางแบบโทร 911 และสร้างเรื่องทำเป็นกลัวโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ และย้ำอยู่ได้ว่าผู้ชายเป็น African-American พอ clip นี้ออกไป ทุกคนคือโกรธนางมาก ว่าถ้าเกิดผู้ชายคนนี้ไม่ได้ถ่ายคลิปเป็นหลักฐานว่าไม่ได้ทำร้านอะไรนาง และตำรวจมา ตำรวจคือจับแน่ และนางบอก เปล่านะ ชั้นไม่ใช่ Racist ชั้นเคยบริจาคเงินแบบ maximum ให้ Obama นะ ทำให้เราคิดถึงหนัง Get Out เลย ที่ครอบครัวนางเอกบอกว่าตัวเองไม่ racist เพราะถ้านาง vote ให้ Obama เป็นครั้งที่ 3 ได้ นางก็จะทำ…

6. The Decline of American Cities and the White Flight (1970-1980s)

และปล่อยให้ downtown ของเมกามีแต่คน homeless คนผิวสี มีปัญหา เรื่อง crime เยอะมาก ๆ โดยเฉพาะในช่วง 1970-1980 โดยเฉพาะมหานคร New York ที่เรารู้จัก คือโทรม คือเถื่อนมาก subway น่าเกลียดน่ากลัวมาก คนเมกาคือถ้ารวยจะไม่อยู่ในเมืองเหมือนที่พวกเราเข้าใจกันตอนนี้ นี้ก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำไมคนเมกา public transport ไม่ค่อยใช้ เพราะเค้ามองว่าเป็น socisl welfare ที่รัฐบาลทำให้คนขจนที่ไม่มีเงินซื้อรถเป็นของตัวเอง ที่ต้องไปไหนมาไหนในเมือง แทนที่จะมีบ้านนอกเมืองเหมือนคนขาว

When The New York City Subway Was The Most Dangerous Place On ...

 

Riding The New York Subway - 1977-1984 - Flashbak

อย่างเราที่ไปเที่ยวก็อยากจะหา  Airbnb อยู่แต่ในเมืองเพราะไม่ขับรถอะเนอะ คิดผิดมาก คน homeless ทำเสียงดังทั้งคืน ตีจาน ตะโกนทะเลาะกันทั้งคืน กลิ่นฉี่เหม็น ถึงแม้ช่วงนี้เค้าจะมี movement ที่เรียกว่า Downtown Revitalization หรือ Urban Renewal การกลับมาให้ชีวิตใหม่กับ downtown ที่ทรุดโทรมจากการละเลยมาเป็นเวลานาน ที่เห็นได้ชัดเลยคือ Detroit ที่เมื่อก่อนนี้ไม่มีใครกล้าเดินเข้าไปเลย พวกร้านกาแฟ ร้าน hipster สวย ๆ ก็จะเริ่มเข้ามา

7. Black Power Movement (1965–1985) and Police Brutality

หลังจาก  Civil Rights Movement เกิดขึ้น และพอให้ความเท่าเทียมคนผิวสีมากขึ้นในระดับหนึง เช่นการแบ่งแยกการใช้ของ หรือการยอมให้เลือกตั้งต่าง ๆ แต่ก็ยังมีความอคติ ลำเอียงอยู่มากในการปกครอง โดยเฉพาะการใช้กำลังที่แบบ โห พอเรารู้คือมากไปจริง ๆ คนดำโดยจับแบบไม่มีเหตุผลเยอะมาก และจะได้การตัดสินลงโทษหนักกว่าคนขาวเยอะสุด ๆ โดนใส่ความนู้นนี้ จนทำให้เกิดการประท้วงอย่าง Black Power Movement ที่เราอาจจะเริ่มเห็น Logo ในการประท้วงครั้งนี้ และได้เป็นจุดกำเนิดของ Black Panther Party ไม่ใช่ปาร์ตี้ Avenger นะ แต่เป็นพรรคกองกำลังติดอาวุธของคนผิวสี หรือกลุ่มที่เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสังคมให้มีความเท่าเทียมกันนั้นจะต้องใช้กำลังในการเข้าสู้

All power to the people | Black panther party, Black panthers ...

3

เราต้องเข้าใจว่าคนดำเค้าถูกกดมานาน ทำให้การศึกษา หรือการประกอบอาชีพ การที่จะมีเงินเลี้ยงดูครอบครัว หรือโอกาสทางสังคมที่น้อยกว่าคนขาวเยอะมาก และยิ่งมีเรื่องที่ตำรวจไม่ดูแล

8. Black Lives Matter Social Media Movement (2013-present)

พอมาครั้งนี้  Social Movement อย่าง Black Lives Matter จริง ๆ มีมานานแล้วตั้งแต่ 2013 แต่อันนี้จะดังในหมู่คนอายุน้อยที่เล่น social media พอมีปัญหาคดีใหม่ ๆ ก็จะมาแชร์กัน ประท้วงในอเมริกา ตรงนั้นตรงนี้อยู่มาตลอด แต่พอคลิปการตายของคนผิวสีล่าสุดอย่าง George Floyd ถูกกระจายใน social media ที่โชว์ตำรวจผิวขาวเอาหัวเข่ายันคอเค้าจนเค้าขอร้อง บอกหายใจไม่ออก เกือบ 9 นาทีจนนางเสียชีวิต เพียงเพราะใช้แบงค์ธนบัตรปลอมเนี้ย มันเกินไปจริง ๆ และคนก็เริ่มออกมาบอกเรื่องราวในฐานะคนผิวดำว่าโดนอะไรเองบ้าง จากเศร้าก็กลายเป็นโกรธ

Why George Floyd?

คนอาจจะถามว่าและถ้าเค้าโดนกดมานานแบบนี้ อะไรที่ทำให้การตายของ George Floyd ในครั้งนี้มันเกิดความรุนแรงขึ้นละ? เราไปฟัง interview อันนึงมา และเค้าบอกว่าครั้งนี้ที่มันไม่เหมือนครั้งก่อน ๆ ก็เพราะ there is no excuse

  1. นอกจากครั้งนี้จะมีคลิปที่โชว์ทั้งเรื่อง ตั้งแต่โดนจับยันโดนฆ่า
  2. ยังมีพยานหลายคนที่เห็น ที่มีการขอให้ตำรวจหยุดเพราะ Floyd เองบอกแล้วว่าหายใจไม่ออก
  3. นี่ก็เพราะอยู่ในกลางวันแสกๆ
  4. George Floyd ไม่มีคดีเก่า หรือเป็นคนเกเรมาก่อน
  5. ในคลิป George Floyd ไม่ได้มีอาวุธ หรือ unarmed และยอมตำรวจหมดแล้วจริง ๆ
  6. สิ่งที่เค้าทำผิดไม่ได้ร้ายแรง หรือทำร้ายใคร แค่ใช้แบงค์ปลอม
  7. ตำรวจมีคดีเก่า ว่าเคยทำร้ายคนดำมาก่อน แต่ยังไม่โดนไล่ออก และยังคงทำงานจนเกิดเรื่องครั้งนี้ ได้ไง !???
  8. เมืองที่เกิดเหตุ Minneapolis อยู่ใน Deep South ที่มีประวัติยาวนานในเรื่องการเหยียด ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งมีเหตุมาแต่ไม่ร้ายแรง
  9. คนดำนอกจากจะโดนทำร้ายจากตำรวจแล้ว coronavirus ก็โดนเยอะกว่าคนขาวทั่วไป เพราะต้องทำงานที่ไม่สามารถอยู่บ้านได้ ทำให้ตัวเองมีความเสี่ยงสูงกว่า และอยู่ในบ้านที่มีคนเยอะทำให้มีระบะห่างทางสังคมไม่ได้
  10. การตายของ George Floyd ค่อนข้างช้าด้วย ไม่ได้ยิงและจบ แต่เป็นการเอาขายันคอ ซึ่งมันทารุณและเหยียดมาก มีการรายงานว่า Floyd เพ้อถึงมารดาที่เสียไปแล้ว ทำให้คนที่เห็นคลิปคืออินมาก นอกจากนั้นมีรายงานว่าเค้ามีปัสสาวะออกมาด้วย ทั้งๆที่ตำรวจเห็นแล้วยังไม่รู้จักหยุด

นี้ก็เป็นในไม่กีเหตุผลที่คนที่เห็นคลิปรู้สึกรับไม่ได้ และทำให้การตายครั้งนี้เกิดเป็นการประท้วงที่ใหญ่มากในอเมริกานั่นเอง

Who is Breonna Taylor?

และว่าด้วยเรื่องอย่าง Breonna Taylor ที่เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนมีนาก่อน เพราะโดนตำรวจยิงตายคาบ้านที่รัฐ Kentucky หลังจากบุกเข้ามาเพื่อค้นบ้านว่ามียาบ้าอยู่ไหม (ซึ้งในที่สุดตรวจพบว่าไม่มี) แต่นางถูกยิง 8 รอบจ้า และดันไม่มียาบ้าอย่างที่คิด คือนางบุกเข้ามาบ้านตอนตี 1 ก็ว่าแย่แล้ว บุกเข้ามาแบบไม่บอกไม่กล่าวด้วย บุกเข้ามาและยิงคือไร และยิงไม่ว่ายิง 8 รอบ?!!! (ต้องขออภัยที่ใช้คำไม่เพราะ_ แต่คือเชี้ยไร มึงเป็นไรของมึงคะคุณตำรวจ คือตำรวจนางมาบอกอีกทีว่านางบอกแล้วนะว่าเป็นตำรวจ แต่ไม่ใครเปิดประตู เลยพังเข้าไป มันตี 1 ปะฮาโหล นางนอนอยู่ไหม และแฟนหนุ่มก็ตกใจเลยยิงตำรวจกลับ ตำรวจเลยบอกว่าเพราะโดนยิงกลับเลยต้องยิงรัวๆๆๆ ทำให้ Breonna นางโดนไป 8 กระสุน !????

เห้อออ เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเยอะมาก และไม่เป็นนธรรมสุด ๆ ข่าวดังอยู่ 2-3 วันและก็เงียบไป กลายเป็นเรื่องปกติ คนดำต้องอยู่ด้วยความกลัวว่าผิวนางจะทำให้นางซวยโดยไร้เหตุแบบนี้ตั้งแต่เกิดจนแก่ อย่างที่คลิปนี้โชว์ ว่าให้แก่ยังไงก็ยังโดน

ในประท้วงครั้งนี้คือมีคลิปออกมาเยอะจริง ๆ ว่าการประท้วงคือตำรวจยังใช้ความรุนแรงเยอะเป็นพิเศษกับคนผิวสี อย่าง clip นี้ ที่ถูกแชร์เยอะมาก หลาย version ใน twitter คือจากที่เห็นคนผิวขาวข้างหน้าไม่โดนอะไรทั้งสิ้น แฮปปี้ยิ้ม โบกมือ ระหว่างที่คู่คนผิวสีโดนให้หยุดรถ มีการเจาะให้ยางรถแตก และยังมีการกระชากออกมาจากรถทั้งๆที่เค้ายอมแล้วอะ และมีการใช้ไฟฟ้าจี้ พังหน้าต่างแตกด้วยจ้า เกิดไปไหม ชั้นก็ว่าเกินไปปป

Trump’s Response

เรื่องที่เศร้าไปกว่านั้นคือตอนนี้ Trump ดันเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอยู่จ้าาาาา timing ดีไหมให้ทาย รับรองว่า leadership นางยอดเยื่อมอยู่แล้วอะเนอะ คนขาวอย่าง Trump ที่มีประวัติมากมาย ไม่ต้องกับคนผิวสีหรอก แต่ผู้หญิงก็โดน นักข่าวเอ่ย โดนหมด ไม่มีใครไม่โดน และคิดว่ากับการ ประท้วงในอเมริกา นี้นางจะทำไงละ นางก็สั่งยิงสิจ้ะ นางบอกเลย ชั้นโอเคกับการประท้วง แต่ชั้นไม่โอเคกับการขโมย ทำลายร้านค้า อันนี้เราเห็นด้วย แต่ด้วยความไม่รู้ของนางดันใช้คำที่ไม่โอเคคือ “When the looting starts, the shooting starts” ที่คำพูดนี้มันมีคดีมายาวนาน โชว์ถึง Racism สมัยก่อนของตำรวจที่เคยขู่ว่าจะฆ่าคนดำใน Miami สมัย 1967 แป่วววว อะ

ไม่พอนางแทนที่จะทำให้คนเค้ารักกัน สมัคคี นางบอกนี้อีพวก governer ของรัฐต่าง ๆ แกมันอ่อนแอ ถ้าแกดูแล control คนของแกไม่ได้ ชั้นจะเข้าไปเอง ชั้นจะ “dominate” ด้วยกำลังทหาร!? นี้คือสหรัฐ ดินแดนที่นับเป็น free world เอ่ย democracy เอ่ย นาง take pride ในตัวเองมากที่มี free press ไม่เหมือนประเทศที่นางคิดว่าไม่เจริญอย่างเรา ๆ ที่ใช้กำลังทหารพอพลเมืองประท้วง อย่าง Hong Kong นางก็เชียร์ว่าทำถูกแล้ว และด่าจีนว่าบ้าหรือเปล่าใช้กำลัง แต่ตอนนี้นางทำเองจ้า

คนดีที่มาประท้วงแบบสันตินางก็ไม่เว้น นางใช้กำลังหมดจ้า กับนักข่าวเอ่ย นี้ก็เพิ่งมีข่าวโดนยิ่งจนตาบอดบ้างอะไรบ้าง เห้ออออ และล่าสุดนางบอกชั้นเป็น ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เน้น LAW AND ORDER  นะ กลัวชั้นสิ และก็เดินไปโบสถ์ตรงข้าม  White House เพื่อถ่ายรูปกับ Bible??? แบบงงๆ??? ผู้สื่อข่าว CNN งงว่า FOR WHAT???? คือไร อิหยัง นะหว่างเดินไป แน่นอนว่าการรักษาก็ต้องระดับหนาแน่น คนประท้วงก็โดนผลักออกไป เพื่อให้ประธานาธิบดีได้ถ่ายรูปเพื่อข่าวจ้า5555555

ทรัมป์'ขู่ส่งทหารติดอาวุธหนักปราบม็อบ ตำรวจโดนยิงเจ็บ5นาย

การใช้ทหารในการควบคุมคนของตัวเองเป็นการ confirm ว่า Trump นางบ้าอำนาจ และชอบความรุนแรงอย่างแท้จริง ทุกคนรู้จากการที่นางส่ทหารไป Iran เมื่อต้นปี ถ้าใครยังจำได้ แต่ครั้งนี้นางทำใส่คนของตัวเอง ใช้ทหารกองกำลังเดียวกับที่ใช้ในสงครามเกาหลีก็มา นางได้เพิ่มรอยความแตกแยกระหว่างคนเมกาที่มีอยู่ 2 พรรคมานาน และเพิ่มความรุนแรงของการแบ่งแยกของสีผิว ไม่ต้องกับคนดำ แต่กับทุกคนที่ไม่ใช่ขาว ตั้งแต่ mexican ที่นางบอกว่าจะสร้างกำแพงมากันไม่ให้เข้าประเทศ จนถึงคนจีนเพราะเรื่อง covid-19 นี้

The Trump-Iran Showdown: A Conflict Resolution Perspective | Al ...

มันง่ายมากที่จะเห็นความโกรธ กับความรุนแรงในเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น แต่มันยากที่จะเข้าใจความเจ็บปวด และความกลัวที่ทนมาหลายรุ่นหลายชั่วอายุคน จึงอยากเขียนบทความนี้เป็นการเพิ่มความรู้ และเพิ่มความเข้าใจ ความตระหนักว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียวและจบไป และไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการตายของ George Floyd คนเดียว แต่เกี่ยวกับทุกๆอย่างที่ไม่ถูกต้อง และไม่ยุติธรรมในโลกนี้นั่นเอง..

 

Comments

comments