ข้อมูลทำ “วีซ่าออสเตรเลีย” แบบละเอียด! Australian Tourist Visa Application

ฮาโหลลล เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปขอ “วีซ่าออสเตรเลีย” แบบท่องเที่ยวมากัน เพราะมีแพลนว่าจะไปเที่ยว Sydney และ Melbourne ในช่วงวันหยุดสงกรานต์ คราวนี้ก็ไปทำวีซ่ากันที่ตึกเทรนดี้นานาที่เดิมกับที่ไปขอวีซ่า Schengen เมื่อปีที่แล้วเลยยย ครั้งนี้ไปคนเดียว เลยอยากมาแชร์ประสบการณ์และข้อมูลต่าง ๆ ค่ะ


การขอ “วีซ่าออสเตรเลีย” สามารถทำได้ 2 แบบ คือแบบ Online กับที่ไปทำที่ VFS ที่ตึกเทรนดี้นานาค่ะ

เราทำแบบที่  2 แต่พอมีการอ่านการทำแบบ online มาบ้าง เพื่อนเราที่เคยไปมาก่อนหน้านี้ และบอกว่าโอเคเลย สะดวก รวดเร็ว แต่ยังไงก็คือต้องเข้าไปที่ VFS ตึกเทรนดี้อยู่ดีเพื่อไปเก็บ biometric หรือลายนิ้วมือค่ะ ส่วนแบบ online สามารถ  scan  เอกสารต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย​โดยไม่ต้องลุ้นเลยว่าลืมอะไรหรือเปล่า เพราะเค้าจะมีให้ยื่นส่งแบบละเอียด ตามที่อ่าน ระบบจะมีการพาไปที่หน้า Evidence เพื่อให้เห็นว่าเอกสารตัวไหนที่โอเคแล้ว และได้รับสถานะ (Status) เป็นเครื่องหมายถูกสีเขียว มีคำว่าได้รับ ( หรือ Received) พร้อมกับวันที่ที่ได้รับเอกสาร ระบบจะเชคไปเรื่อย ๆ จนครบทุกเอกสารที่ระบบต้องการ (หรือ Required นั่นเอง)

เราได้ไปอ่านกระทู้นี้ดูค่ะ ละเอียดมาก เห็นแล้วตอนแรกยังอยากทำ แต่เพราะที่บ้านไม่มีเครื่อง  scan  และคิดว่ายังไงก็ต้องเข้าไปให้ biometric  ก็เลยว่าจะไปยื่นด้วยตัวเองเลยแล้วกัน

อันนี้ขออนุญาตเอารูปมาจากกระทู้พันทิปข้างบนนะคะ ให้เห็นว่าระบบค่อนข้างใช้ง่าย ชัดเจน และละเอียดดี เหมือนกับยื่นเองเลย และไม่มีการจับเวลาในการทำใบสมัคร ทำให้เชคแล้วเชคอีกได้ ไม่รีบร้อนค่ะ อยู่ในบ้านของตังเอง สบายใจดี

แต่ที่บอก เราทำแบบที่  2 คือไปยื่นเองเลยที่ VFS ไปทีเดียว ให้จบทีเดียว ไม่ต้องมารับเล่มด้วยเพราะเค้าจะส่งมาให้ที่บ้านค่ะ


เอกสารที่ต้องใช้
Documents required:

“วีซ่าออสเตรเลีย” ไม่ต้องแปลเอกสารนะคะ และที่สำคัญไปกว่านั้น ไม่ต้องทำประกันการเดินทางค่ะ ไม่เหมือน Schengen ตรงนี้ แต่ถ้าใครอยากทำเพื่อความสบายใจก็แล้วแต่เลยค่ะ สามารถ download form แปล และดูข้อมูลในการทำประกันการเดินทางได้จากที่เราเขียนเรื่องขอวีซ่า Schengen ตามลิ้งก์ตรงนี้ได้เลย

อยากแรกเลยเราแนะนำว่าควรจองวันที่จะเข้าไปยื่นเอกสารค่ะ สามารถดูข้อมูลการสร้าง account  เพื่อนัดวันจองได้ตามลิ้งก์เลย พอดีเราส่งอีเมลไปถาม และเค้าให้ข้อมูลอันนี้มาพอดี ซึ่งเราว่าดูง่ายค่ะ เราเห็นมีคน Walk In เหมือนกัน แต่ต้องรอนาน เป็นช่วง ๆ เหมือนทุก  30นาทีได้  10 คิวมั้งนะคะ จากที่ได้ยินเค้าตะโกน ๆ

 1. กรอกแบบฟอร์มการขอวีซ่าผู้มาเยือน – ประเภทนักท่องเที่ยว 1419 สามารถ download และ print ออกมากรอกได้ตามลิ้งก์นี้ค่ะ
แบบภาษาไทย และแบบภาษาอังกฤษค่ะ

2.หนังสือเดินทาง (Passport) ฉบับจริง ที่มีอายุการใช้งานเหลืออย่างน้อย 6 เดือน

3. สำเนาหนังสือเดินทาง 2 ชุด
ย้ำว่า  2 ชุดนะคะ หลายที่เขียน 1  แต่พอเราไปคือต้องวิ่งออกไปถ่ายเพิ่ม

— และถ้าหนังสือเดินทางใครมีการใช้ไปเที่ยวที่อื่นมาก่อนแล้ว —
ทั้งใหม่และเก่า ก็ควรทำสำเนายื่นไปด้วยนะคะ จะวีซ่าอเมริกา วีซ่ายุโรป เข้าออกญี่ปุ่น เกาหลีอะไรก็ตาม ทั้งหนังสือเดินทางที่ตอนนี้ใช้อยู่และอันเก่าที่หมดอายุไปแล้วค่ะ เพราะทาง VFS จะไม่เอาหนังสือเดินทางเราไปเนื่องจากวีซ่าออสเตรเลียไม่ได้ติดในหนังสือเดินทาง ทำให้เค้าจะคืนหนังสือเดินทางตัวจริงให้เราเอากลับบ้าน แะจะเห็นสำเนาที่เราแนบมาเท่านั้นว่าเคยไปไหนบ้างเท่านั้นค่ะ

4.รูปถ่ายสีพื้นหลังขาว จำนวน 2 รูป (เราใช้รูปเดียวกับ Schengen เลยค่ะ)

5.หลักฐานการเงิน (ภาษาอังกฤษ) รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลัง 6 เดือนจากธนาคาร

6.เอกสารเกี่ยวกับการทำงาน (ภาษาอังกฤษ) ที่ระบุ:
ตำแหน่ง, เงินเดือน, วันที่เริ่มเข้าทำงาน, อายุการทำงาน, วันที่เริ่มลาหยุดงาน และวันที่จะกลับเข้าทำงาน
ถ้าอยากเพิ่มก็สามารถยื่น Payslip ได้ค่ะ

— กรณีเป็นเจ้าของกิจการ — ใช้สำเนาหนังสือรับรองของบริษัท ที่ระบุชื่อผู้ยื่นขอวีซ่า

— สำหรับผู้ที่เป็นนักเรียนหรือนักศึกษา — ใช้หนังสือรับรองสถานการณ์เป็นนักเรียนหรือนักศึกษา

7.เอกสารส่วนบุคคล (ถ้ามี) เช่น ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล, ใบทะเบียนสมรส หรือหย่า

8.สำเนาบัตรประชาชน 1 ใบ

9.สำเนาทะเบียนบ้าน 1 ใบ

10. แผนการการเดินทาง
เช่นใบ confirmation การจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน flight ที่จะไปกลับออส- กรุงเทพ หรือ domestic flight ที่จะไประหว่างเมืองในออส และเราจะมีเขียนแผนการเดินทางเป็นตามวันเลยว่าอยากจะไปไหนวันไหนบ้าง สามารถเข้าไปดูได้ในลิ้งก์  google sheets ที่เราทำเอาไว้ค่ะ


— สำหรับผู้เดินทาง ที่อายุ 75 ปีขึ้นไป —
ต้องมี ใบรับรองแพทย์ ว่าสามารถ เดินทางได้ และประกันสุขภาพสำหรับการเดินทาง

— สำหรับผู้เดินทาง ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เดินทางลำพัง —
ต้องมี หนังสือรับรอง จากผู้ปกครอง หรือ บิดา และ มารดา อนุญาตให้เดินทางซึ่ง หนังสือรับรอง นี้ ต้องออกโดยอำเภอ
หรือ สามารถกรอกฟอร์ม 1229 และนำสำเนาสูติบัตรมาแทนได้ค่ะ

อ้างอิงข้อมูลมากจาก เว็บ VFS โดยตรงเลยค่ะ


พอเรามีเอกสารทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ถึงเวลาไปตามที่นัดไว้ ตึกเทรนดี้ นานา ก็เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือถนนแย่มากกก ช่วงที่เราไปคือเค้ากำลังซ่อมแซมถนนอยู่ กลายเป็น One Way แทนที่จะเข้าได้จากซอย  13 เรากลายเป็นต้องไปออกถนนใหญ่จากซอย 11 แทน ดีนะที่เผื่อเวลาเอาไว้

โอเคมาดูเรทค่าจอดรถกัน

สามารถประทับตาได้ที่  VFS แต่ได้แค่ 1 ชั่วโมงแรกนะคะ ชั่วโมงต่อไปเสียตังอยู่ดี 30 บาทเนอะ

เริ่มจากเข้าไปตึกเทรนดี้ และนำใบนัดไปให้ที่  counter ชั้นแรกค่ะ นางจะมีป้ายแยกชัดเจนว่าให้เข้าคิวตรงไหนถ้ามาทำวีซ่าออส พอเค้าเชคใบนัดแล้วก็จะ stamp และให้ขึ้นลิฟท์ไปชั้น 28 เลยย

 

 

 เค้าจะกดให้เรา เพราะเป็นลิฟท์ที่พาไป VFS โดยตรงค่ะ

 

พอถึงชั้น 28  แล้ว เค้าจะให้เข้าแถวรอตรวจความปลอดภัยค่ะ


ค่าใช้จ่าย

UPDATE: February 2018 อยู่ที่ราคา 

ค่าทำวีซ่า – 3850 Baht (หรือ 140 AUD)
ค่าส่ง SMS – 75 Baht (เลือกได้ว่าจะจ่ายไม่จ่าย)
Courier Fee – 200 Baht (ค่าส่งเอกสารวีซ่า)
VFS Service Fee – 896 Baht (ค่าบริการ)

TOTAL: 5021 Baht

ถือว่าค่อนข้างแพงเลยทีเดียวค่ะ เพราะที่ตอนนั้นไปขอวีซ่า  Schengen ยังไม้ถึง  3000 เลย เราแนะนำว่าไม่ต้องจ่ายค่า SMS ก็ได้ค่ะ เพราะจากที่ได้รับข้อความมาคือเป็นอย่างเดียวกับอีเมลเลย ขึ้นพร้อมกัน ไม่มีอันไหนเร็วกว่า ประหยัดไปได้อีก 75 บาท เอาเงินไปจ่ายค่าจอดรถดีกว่า


การใช้เวลาในการขออนุมัติ

เราจำไม่ได้ว่าตอนไปยุโรปใช้เวลานานแค่ไหน แต่คราวนี้ที่ทำของออสรู้สึกใจร้อนมากจ้า เพราะว่าไม่กล้าซื้อตั๋วเนื่องจากไปคนเดียว เลยกลัววีซ่าไม่ผ่านและซวยเอา และกว่าจะนัดเข้าไปทำวีซ่าก็รู้สึกว่าสายมาก ๆ แล้ว เพราะราคาตั๋วขึ้นแบบเร็วมากก 3000 บาทภายใน 2 อาทิตย์ รู้สึกแบบใจร้อนจริง ๆ

ปดติตามที่อ่านคือเค้าบอกว่าจะใช้เวลาประมาณ 10 วันทำการ แต่เราได้อีเมล confirm และคนโทรมาอีกว่าวีซ่าได้สูงส่งไปตามไปรษณีย์นี้ภายในวันที่ 6 ของการทำการ วันที่ 7  ก็มาส่งถึงบ้านแล้วค่ะ หน้าตาจะเป็นกระดาษ A4 ถ้ากลัวทำหาย แนะนำให้เข้าเว็บ:

https://www.homeaffairs.gov.au/busi/visas-and-migration/visa-entitlement-verification-online-(vevo)

ไปใส่เบอร์  reference  เพื่อให้เค้าส่งไฟล์มาทางอีเมล หรือ save ไฟล์แบบ  pdf ก็ไดค่ะ


เรียบเรียงโดย Ohmissannabella

 

 

 

Comments

comments