มาเรียนต่อเมลเบิร์นสักพักใหญ่ ๆ แล้ว แต่แทบไม่ได้ เที่ยวเมลเบิร์น เลยจ้าาา เหตุผลหลักก็เพราะว่าไม่มีเวลานั่นเอง พอมาอยู่จริง ๆ เวลาที่ใช้ไปทั้งหมดให้กับการเรียน และการทำงานกลุ่ม พอจะได้หยุดก็ขอนอนอยู่บ้านเถอะ ขี้เกียจเหลือเกิน แต่เทอมนี้เนื่องจากวิชาที่เรียนดีขึ้นนิสหนุง เลยมีโอกาสได้ไปเที่ยวกับเค้าบ้าง ในช่วงปิดเทอมกลางภาค และช่วงนี้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิที่เมลเบิร์นซะด้วย อากาศจริง ๆ คือแปรปรวนเหมือนเดิม แต่วันที่ไปคือเลือกมาแล้วอย่างดีว่าจะแดดออก และไม่ฝนตก! วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไป “เที่ยวทุ่งทิวลิป” นอกเมืองเมลเบิร์นประมาณชั่วโมงกว่า ๆ กับเทศกาลดอกไม้ประจำปีกัน!


ABOUT TESSELAAR

เทศกาล Tesselaar Tulip Festival นางจะจัดขึ้ยช่วงฤดูใบไม้ผลินั่นเอง และจัดขึ้นที่สวนดอกไม้ Tesselaar ให้คนได้ไปถ่ายรูป และ เที่ยวทุ่งทิวลิป กันทุกปี สำหรับปีนี้คืองานจบไปแล้วนะ แต่สำหรับปี 2020 นางก็ได้ออกวันที่มาแล้วเรียบร้อย นั่นก็คือวันที่  12 กันยา ถึง 11 ตุลา แต่ช้าก่อน! นางมี Tesselaar Kabloom Festival ด้วยนะ สำหรับช่วงฤดูใบไม้ร่วง 28 มีนา ถึง 19 เมษานั่นเอง เอ้างงกันอะดิ อย่าลืมว่าประเทศนี้ซีกโลกใต้ ทำให้ฤดูกลับหลังกัน ไม่เหมือนชสวบ้าน ทำให้ช่วงหน้าร้อนของประเทศอื่น ๆ เป็นช่วงหน้าหนาวของประเทศออสเตรเลีย ถ้าใครมาอ่านบทความนี้หลังจาก  2020 ก็ไปหาวันที่ใหม่เพื่อแพลนทริปกันได้ที่เว็บ official ของเค้ากันได้เลยตามลิงก์ที่ติดไว้ข้างบนเด้อ


THE DIFFERENCE

 KABLOOM

ความแตกต่างของเทศกาลนี้นอกจากจะเปิดคนช่วงเวลาของปีแล้ว มันยังคนละดอกไม้กันด้วย  เท่าที่เห็น เหมือน Kabloom นางจะมีดอกไม้เยอะกว่า ทั้งดอกเดลฟินเนียม ดอกถุงมือจิ้งจอก ดอกลิ้นมังกร ดอกบานชื่น ดอกฉัตรทอง และดาวกระจายเป็นทุ่ง ๆ และเท่าที่เห็นมีดอกทานตะวันด้วย พูดง่ายๆ ว่าทุกอย่างที่ไม่ใช่ทิวลิป 5555 และนี้ชั้นอุส่าแปลชื่อดอกไม้ให้ เพราะส่วนตัวไม่รู้ชื่อดอกไม้เหมือนกัน บางรูปดอกไม้เหมือน lavender เลย แต่ไม่ใช่นะ น่าจะเป็น ดอกเดลฟินเนียม คือก็ดูไม่ค่อยเป็น

แต่ไปเจอรูป Kabloom Festival ที่เค้าถ่ายมาอย่างสวย (ที่ตลกคือเว็บนางใช้ theme wordpress กับอิชั้นเลย งง นึกว่าเข้าเว็บตัวเอง แต่เค้ารูปสวยกว่าเยอะเลยงะ โอเคกลับมาเขียนบทความกันต่อ)

Image result for festival kabloom

Picture credit to: Connie and Luna


 TULIP FESTIVAL

ส่วนเทศกาลทิวลิป นางจัดมาเป็น 70 ปีแล้ว ก็คือจัดก่อน และคงเงินดีเลยจัดเพิ่ม 5555 โดยรวมเราว่าสวยดีนะ และเราชอบที่เค้าให้หมาเข้ามาด้วย เลยเจอน้องหมาน่ารัก ๆ เยอะมากก และเราว่าคนไม่ได้เยอะขนาดนั้น อาจจะเพราะเราไปวันพุธ และไม่ใช่วันเสาร์อาทิตย์ แต่ไม่ได้ต้องแย่งกันถ่ายรูปเหมือนที่คิดไว้

แต่ยังไงเราก็แนะนำให้ไปตอนช่วงเช้า นางเปิด 10 โมงเช้าเป็นต้นไป เราไปถึงประมาณ 10 โมงครึ่ง คือพอจะกลับเริ่มเห็นคนเยอะ เพราะเที่ยงวัน และต่อแถวซื้อตั๋วกันยาวเลย

ไม่ชอบอย่างเดียวคือเค้าไม่ให้เข้าไปถ่ายรูปใกล้ ๆ แต่ก็เข้าใจว่ากลัวทำดอกไม้เค้าพัง แตาจริง ๆ ก็เห็นหลายคนข้ามไปถ่ายแต่ไม่อยากทำตัวไม่ดี เลยทำตามกฎก็ด้ะ

 

 

 

 


HOW TO TRAVEL

การเดินทางไป เราแนะนำให้ขับรถไปดีกว่า เพื่อที่จะได้ไปเที่ยวรอบ ๆ ด้วย อย่างของเราคือเช่ารถกับ Car Next Door แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยคุ้มเนื่องจากไประยะไกล เพราะนางอาจจะราคาเริ่มถูกก็จริง และไม่คิดค่าน้ำมัน แต่คิดเป็นกิโล ซึ่งมันบวกขึ้นเร็วมากถ้าไประยะไกลแบบนอกเมืองอย่างนี้ นางมีที่จอดรถเยอะมาก

ถ้าใครไม่มีรถ ขับรถไม่เป็ร ก็ยังพอมีวิธีไปอยู่กับ public transportation แต่จะเหนื่อยหน่อยนะ อย่างแรกเลยคือต้องนั่งไปลงสถานีสุดสายอย่าง สถานี Lilydale และนั่งรถบัสสาย 663 มาต่อถึงฟาร์มดอกไม้

ส่วนถ้าเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือวันหยุด public holiday นางจะมี shuttle bus บริการให้ ในราคาไปกลับ 3 ดอล เด็กอายุต่ำกว่า 16 นั่งฟรี และจะใช้เวลาประมาณ 20 นาที ซึ่งจะพาคนจากรถไฟไปที่ฟาร์มโดยตรง หลังจากที่รถไฟถึงสถานี Lilydale ประมาณ 5 นาที  นางจะมีรถแรกมาจอดรอที่สถานีรถไฟตั้งแต่ 10 โมงเช้า และจะมาทุก ๆ  30 นาที ส่วนขากลับรถสุดท้ายจะออกจากฟาร์มเวลาประมาณ 5 โมงครึ่งตอนเย็นนั่นเอง


TICKET PRICES

ราคาค่าเข้า $29 AUD สำหรับผู้ใหญ่
และสำหรับนักเรียนจะอยู่ที่ $25 AUD
ส่วนเด็กอายุต่ำกว่า 16 เข้าฟรีจ้าา

จะซื้อ online หรือหน้าทางเข้าก็ราคาเท่ากันนะไม่ต้องห่วง ไม่ต้องรีบบ


 OTHER PLACES TO VISIT

ถ้าใครไปแล้วจริง ๆ มันไม่เต็มวันนะ เพราะอย่างเก่งก็อยู่ได้ 2-3 ชั่วโมง นางมีอาหารในฟาร์ม แต่จริง ๆ ถ้ามีรถก็ออกมากินได้ อย่างเราคือไปเที่ยวกันต่อ และกินกันที่อื่น

Kallista Tea Rooms

ร้านอาหารนี้ไปตามเพราะเพื่อนที่เคยมาเคยไป และบอกว่าอร่อยดี เราสั่ง salmon อร่อยดีนะ แต่ร้านจะแอบเล็ก ๆ นิสหนึง และอับสัญญาณ แต่นางมี free wifi เลยพอนั่งเล่นได้อยู่ ราคาไม่แย่มาก และพนักงานบริการน่ารัก 🙂

Cherryhill Orchards

นอกจากทิวลิป ก็มีฟาร์มดอกซากุระด้วยนะ แต่ที่ออสทำไมเป็นสีขาวก็ไม่รู้ 555 แต่นางก็เรียกว่า cherry blossom fields แต่ที่ ๆ เราไปแอบไม่ค่อยบานอะ แต่ก็ไม่ใช่ความผิดเค้า และมากไปกว่านี้ยังมีให้เก็บเชอรี่อีกด้วย และมีดนตรีสด พร้อม food truck ให้เลือกซื้ออาหาร picnic แบบครอบครัว น่ารัก และบรรยากาศดีไม่เบา ค่าเข้าอยู่ที่ 10 ดอล และนางแถมน้ำเชอรี่ให้ 1 ขวดอีกด้วย

เห็นสวย ๆ แบบนี้กว่าจะหามุมให้เพื่อนได้ พอหาได้เท่านั้น คือถ่ายให้ทุกคน กลายเป็นทุกคนมีรูปลงมุมเดียวกันหมดเลย5555

Yarra Valley Chocolaterie & Ice Creamery

เรื่องตลกที่เกิดขึ้นคือตั้งใจมาเดินเดินดูที่เค้าทำ chocolate และกินไอติมที่นี้ก่อนกลับ แต่กลายเป็นว่าต้น cherry blossom จรงที่จอดรถของที่นี้ดันบานกว่าที่ CherryHill Orchards ที่อุ่สาไป และเสียค่าเข้าแต่กลับบานไม่เท่า 555

 

 

Dandenong Ranges National Park

นอกจากที่ ๆ เราไป เนื่องจากฟาร์มทิวลิปอยู่ใกล้ ๆ  Yarra Valley จริง ๆ มีที่เที่ยวอีกเยอะมาก โดยเฉพาะที่นี้เลย สำหรับ National Park ที่เราอยากไปมาก แต่ต้องหาวันก่อน เนื่องจากต้องใช้เวลาทั้งวันในการเดิน555

Image result for Dandenong Ranges

Picture credit to: Visit Victoria

Image result for Dandenong Ranges

Credit to: Visit Melbourne

Image result for Dandenong Ranges

Credit to: Concrete Playground

Healesville Sanctuary

หรือถ้าใครมากับเด็กเล็ก เป็นครอบครัวและไม่อยากเดิน National Park เราก็แนะนให้ไปสวนสัตว์อย่าง Healesville ก็ไม่ไกลเกินไปเช่นกัน อันนี้เลยเคยพูดถึงแล้วในบทความที่เคยเขียสำหรับ ที่เที่ยวในเมลเบิร์น 

Image result for Healesville Sanctuary

Credit to: Visit Yarra Valley

อย่าลืมไปเที่ยวกันและมาบอกกันด้วยน้าาา เดียวอาทิตย์นี้เราจะไปเที่ยว Mornington Peninsula ก่อนกลับไทย และจะมาเขียนรีวิวเพิ่มเติมอีกทีนะเด้อ

 

เรียบเรียงโดย ohmissannabella.com

 

Comments

comments