ฮาโหลเพื่อน ๆ และผู้อ่านทุกคนนน จากที่เราได้เขียนบทความเกี่ยวกับการหางานในช่วงโควิด-19 ไปสักพักใหญ่ ๆ ก่อนหน้านี้ สืบเนื่องจากที่เราเพิ่งเรียนจบโทมาเมื่อเดือนธันวา ช่วงเดือนมกราก็เลยรีบหางานประจำทำนั่นเอง และหนึ่งในที่ ๆ ได้สัมภาษณ์ ก็คือ Google นั่นเอง มันเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก เพราะก่อนหน้าที่เราจะได้เมล เราก็สัมภาษณ์งานมาสองสามที่แล้ว และก็บอกทุกที่เลยว่า career goal เราคือทำงานที่ Google นะ ทำให้พอได้เมล สัมภาษณ์งานกับ  Google มันเลยรู้สึกตกใจไม่เบา ประมาณว่าเห้ย จะได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่รู้สึกดีที่ resume ของเรามันมาถูกทาง on the right track ในระดับที่เค้าจะเรียกเราไปสัมภาษณ์งาน

เอาจริงๆ เรารู้สึกว่าได้ไม่ได้ แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว เราเชื่อว่าคงมีหลายคนที่ได้ไป  สัมภาษณ์งานกับ Google มาก่อน และอาจจะไม่ได้ แต่ไม่ได้บอกกัน แต่เรานี้แบบ ก่อนจะไปสัมภาษณ์ แค่ได้รับเชิญเราก็ดีใจแล้ว แบบแค่นั้นก็พอ อยากได้เป็นประสบการณ์ว่าเออครั้งหนึ่ง เราเคยได้ไป สัมภาษณ์งานกับ Google มาก่อนนะ เพราะมันเป็นอะไรที่รู้สึกว่าเท่สุดๆ  555555 หรือไม่จริง!??

Invitation

ตอนแรกที่ได้เมลคืองงมาก นึกว่า spam เพราะเราไม่คิดว่าจะได้ interview จริงๆ แต่พอเห็นว่ามาจากอีเมล @google.com ก็รู้เลยว่าเออน่าจะเป็นการเชิญไป สัมภาษณ์งานกับ Google จริงๆแหละ

ส่วนตำแหน่งที่ได้เราก็งงมากว่าอะไรคือแบบ contract เราก็ไป research มาว่า contract อะ เปรียบเสมือนเป็นชนชั้นที่สองของพนักงานที่ Google คือ benefit น้อยกว่า มีการแบ่งแยก บลาๆ ที่ส่วนตัวเราก็คงไม่โอเค เพราะถึงจะได้งานที่ Google แต่เราก็ไม่อยากไม่เป็นตัวจริง เรายอมไปหาคามรู้ที่อื่น และมาทำแบบ full time ดีกว่า อีกอย่างเลยคือเข้าใจว่า contract จะต้องเป็นตำแหน่งงานที่จะได้ทำแค่ระยะเวลาคงสั้น ๆ ได้ทำแบบ 3 เดือนเท่านั้นไรงี้ ซึ่งส่วนตัวก็ไม่โอเคเหมือนกัน เราต้องการความมั่นคง และความแน่นอนว่าเออจะได้อยู่ที่ไหนได้นานๆ ไม่อยากเข้าไปแล้วต้องมาหางานใหม่อีกใน 3 เดือน

แต่ความจริงคือจากที่เค้าอธิบาย เพราะเราถามเรื่อง contract ไปในระหว่างสัมภาษณ์งาน คนส่วนใหญ่ที่ทำงานใน Google อย่างน้อยๆตอนนี้ ในทีมของเรา จะรับแบบ contract และ contract จะเป็นการต่อแบบปีต่อปี อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจริงมากน้อยแค่ไหน แต่นี้เป็นสิ่งที่เราถาม และคำตอบมาแบบนี้

แต่เอาจริง ก่อนวันสัมภาษณ์งาน พอเราเห็นว่าคำว่า contract เราก็เลยไม่ได้คิดว่าสัมภาษณ์งานเค้าจะยาก หรือจัดเต็มแบบที่เราเคยได้ยินมา ที่สำคัญเลยคือคิดว่าเพราะเป็นการสัมภาษณ์ครั้งแรก มันอาจจะไม่ได้มีคำถามอะไรมาก โดยเฉพาะคำถามที่ตอบไม่ได้ พวกคำถาม brain teasers ต่าง ๆ อาจจะเป็นแค่ introduction เรียนรู้ ถามคำถาม เข้าใจตำแหน่งเฉยๆ แต่ผิดจ้าา เพราะ 1 ชั่วโมงที่เค้า book ไว้ คือเค้าใช้ทั้งชั่วโมงอย่างจริงจังเลย

Introduction

การเริ่มช่วงแรก ก็จะเป็นการแนะนำตัวเรา และแนะนำตัวผู้สัมภาษณ์เรา เค้าก็จะอธิบาย organization structure ของ Google และทีมของเราว่าทำอะไร เค้าก็อธิบายว่าสำหรับ Marketing Team ก็จะมีทีมแตกไป  2 พวก คือทีม B2C กับ ทีม B2B

ส่วนตัวตำแหน่งงานที่เรามาสัมในครั้งนี้จะตกอยู่ในทีม B2B ซึ่งก็คือ Google Ads ที่เราเข้าใจเห็นๆกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็น Youtube ads, Display ads, Search ads

เราก็เลยถามไปว่ามีกี่คนในทีม marketing เค้าก็บอกว่ามีประมาณ 10 คน ซึ่งก็ไม่ได้เยอะอย่างที่คิดอะเนอะ อันนี้เข้าใจว่าของ B2B นะที่มีสิบคน ไม่น่าใช้ทั้งหมด B2B และ B2C แต่เอาจริงก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่าถามอะไรไป5555

การสัมภาษณ์งานกับ Google ครั้งนี้ก็มีความรู้สึกชิวๆ นะ อาจจะเพราะเป็น video call ด้วย เลยไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่ เพราะอยู่ที่บ้าน เราไม่แน่ใจว่าส่วนใหญ่สัมภาษณ์งานกับ Google เป็นแบบ video call หรือเปล่า เพราะช่วงที่เราไปมันเป็น covid-19 ระบาดอีกครั้ง

ส่วนคนที่สัมภาษณ์งานเราก็เป็นคนไทย และการสัมภาษณ์งานก็ใช้ภาษาไทย แต่คนสัมภาษณ์ก็ฟัง และเข้าใจภาษาอังกฤษอยู่แล้ว อย่างที่พนักงานที่ Google ควรจะเข้าใจ แต่เราก็ไม่ได้แปลกใจที่เป็นในแบบภาษาไทยเนื่องจากนี้มันประเทศไทยอะนะ

พอ introduction ไปแล้ว และถามคำถาม เรียนรู้ตำแหน่งกันไป ก็เริ่มเข้าคำถามสัมภาษณ์งานแบบจริงจังเลย

Main Interview Questions

ทุกคำถามที่เราได้มา เค้าไม่ได้มีวัดเวลานะ แต่ก็ไม่ได้ให้เวลาคิดเหมือนกัน ไม่ได้บอกอะไรเลยเรื่องเวลา คือถามมา และเค้าก็รอเราคิด และก็เหมือนรอที่จะฟังว่าเราคิดอะไร step by step จากที่ฟังมาหลังจากการสัมเสร็จจากเพื่อนอีกคน เค้าบอกของเค้ามีการจับเวลาให้ดูด้วย แต่ของเค้าเป็นการสัมตำแหน่ง strategist เลยอาจจะเพิ่มกว่ากดดันหรือเปล่า อันนี้ไม่แน่ใจ แต่มันแตกต่างกันตั้งแต่ของเค้าคนที่สัมมาจาก Google Singapore นั่นเอง

คำถาม #1: คุณว่าจำนวน search ในประเทศไทยใน 1 ปีมีเท่าไหร่

คำถาม #2: ถ้า Google อยากทำ training ในการ educate คนให้ใช้จ่ายมากขึ้น และคุณจะต้องเป็นคนจัด training คุณจะทำยังไงก่อน ตั้งแต่เริ่มจนจบ สมมุติตอนนี้เดือนมกรา และจะมี training เดือนเมษา

คำถาม #3: ลองบอก steps ในการให้คำแนะนำกับคนที่อยากเพิ่มประสิทธิภาพในการโฆษณาบน Youtube

คำถาม #4: ลองคิด product ของ Google มาหนึ่งอัน ที่ตัวเองชอบ และบอกปัญหา พร้อมทางแก้ไข

สำหรับคำถามนี้เราเกือบจะตอบ gmail แต่เปลี่ยนเป็น google maps และปัญหาของการ estimate arrival time ที่ไม่เคยถูก ความแดงของรถติดทุกคนจะรู้เลยว่า ต้องบวกเพิ่มไปอีก ยิ่งถ้าแดงยาวๆด้วยแล้วเป็นต้น ทางแก้ก็อาจจะเป็นการใช้ user feedback จากคนที่ใช้เส้นทางนั้น เวลานั้นว่าส่วนใหญ่แล้ว journey time จริง ใช้เวลากี่นาทีจริง ๆ และก็ปรับตาม user-generated feedback กันไป อะไรประมาณนี้

คำถาม #5: อยากให้ลองประมาณจำนวนชั่วโมงของการดู Youtube หน่อยว่า 1 ปีจะสักกี่ชั่วโมงในประเทศไทย

 

เนื่องจากเราไม่ได้ถูกเรียกกลับไปให้ไปสัมภาษณ์งานรอบสอง เราเลยไม่ขอแชร์ว่าเราตอบอะไรไปนะ555 เพราะมันคงไม่ได้ช่วยใครอะไรมากเท่าไหร่ เนื่องจากถ้ามันดี เราคงได้ไปต่อ แต่สิ่งที่เรารู้สึกว่าพอกลับมาคิดเมื่อสัมภาษณ์เสร็จคือ เราไม่สามารถที่จะเตรียมอะไรได้มากพอเลย

เค้าส่งอีเมล invite มาวันที่ 12 มกรา เพื่อสัม 15 มกรา คือคุณต้องมี digital literacy พร้อมอยู่แล้วอะ มันเป็นอะไรที่เตรียมไม่ได้ และคำถามเค้าก็จะเอาอะไรมาก็ได้ คำถามแบบนี้คือเป้นคำถามที่ไม่มีคำตอบที่ถูก

อีกอย่างคือคนที่สัมเรา เค้าก็บอกด้วยว่าเค้าไม่ได้ต้องการคำตอบที่ถูก แต่อยากดูวิธีคิด ให้อธิบายให้เค้าฟังที่ละชั้นตอน ซึ่งเราแพนิคมากก ไม่รู้ค่าาาา ส่วนตัวเราเองก็เป็นคนที่ค่อนข้าง low tech อยู่แล้วด้วย เลยไม่รู้จะตอบไง

Concluding Remarks

คำถามสุดท้ายก่อนจบ เค้าก็อยากรู้ว่าทำไมเราถึงอยากมาทำกับ Google และทำไมไม่อยากทำกับ tech company อื่นๆอย่าง Facebook

ทั้งหมดนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงพอดี ส่วนตัวไม่ได้รู้สึกว่าเออก็ทำดีที่สุดเท่าที่ตอนนั้นจะทำได้แล้ว แต่ก็แอบเซ็งนิดหน่อยที่ไม่ได้เตรียมตัวไปกว่านี้ หรืออาจจะตั้งใจกว่านี้เพราะเข้าใจว่าตำแหน่งเราเป็น contract คงไม่ได้จริงจัง หรือสำคัญอะไรมาก พอมารู้ว่ามันก็คือปกติที่จะเป็น contract เอาเราก็เตรียมตัวไม่ทันแล้วไหม แต่จริงๆก็รู้สึกว่า what is meant to be will be จริงๆ และที่ครั้งนี้ไม่ได้ไปต่อ รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วว่าเราอาจจะยังไม่เหมาะ หรือยังไม่พร้อมจริงๆในการทำงานในฝันนี้

แต่เรารู้สึกว่าเราอาจจะพลาดไปนิส ตรงที่ไปบอกเค้าว่ารู้สึกไม่พร้อม เราเป็นคนที่เชื่อจริงๆว่าควรจะ honest ที่สุด ว่าการบอกความรู้สึกจริงๆ ว่าจากคำถามที่ได้มา รู้สึกเลยว่าตอบได้ไม่ดีพอ แต่ก็พร้อมจะเรียนรู้จากคนอื่นๆว่าเค้าคิดยังไง

ท้ายที่สุดแล้ว รู้สึกว่าการสัมภาษณ์งานกับ Google คือเปิดโลกมาก ทำให้รู้สึกว่ษโห เรามีอะไรที่ต้องเรียนรู้ ต้องโตอีกเยอะ แต่การที่ได้ใกล้เข้ามาแล้วตั้งก้าวหนึง ก็เป็นประสบการณ์ และเรื่องเล่าดีๆที่อยากจะแชร์ และจดจำไปเรื่อยๆเลยย 🙂

 

Comments

comments