แนะนำทริคที่จะช่วยในการ เตรียมตัวอ่านสอบ IELTS EXAM PREPARATION

เมื่อวัน เสาร์ที่ 25 เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เราได้ไป “สอบ IELTS” ของ IDP ที่สีลมมา เจ้ค่ะ การดูตรวจสอบเวลาสอบ และการจ่ายเงินก็ง่ายแสนง่าย คือทำทุกอย่างในเว็บได้เลย และจ่ายผ่าน Credit Card

ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ได้ทำการ สอบ IELTS หลังจากที่เคยทำครั้งแรกเมื่อ  5 ปีก่อนหน้านี้ ในปี 2013 สำหรับใช้เพื่อไปยื่นเข้าอักษรจุฬาเพื่อเรียนปริญญาตรี สำหรับครั้งนี้เราต้อง สอบ IELTS เพื่อเรียนต่อปริญญาโท ที่ University of Melbourne แต่ไปครั้งนี้ไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาก เพราะจำได้ว่าพอทำได้อยู่ และไม่มีเวลาอ่านเท่าไหร่เพราะรีบจะสอบ ๆ ให้จบไปเพราะกำลังจะไปเที่ยวเมกานั่นเองง กลัวรอไปรอมาไม่ได้สอบ ยื่นเรียนไม่ทันจะแย่เอา

ตอนที่ทำก็รู้สึกว่า โอ้โห เกือบลืมไปแล้วว่าสอบเป็นยังไง เพราะก็ทำงานมาได้ประมาณปีกว่า ๆ เลยทำให้แพนิค และที่สำคัญคือบริหารเวลามั่วไปหมดจนเกือบทำไม่ทัน!

EXAM DAY

สำหรับการเตรียมตัว ในวันสอบเราบอกได้เลยว่าให้นอนไปเยอะ ๆ เราไม่รู้ทำไมนอนไม่หลับ พอตื่นเลยรู้สึกไม่ค่อยสดชื่น งง ๆ ง่วง ๆ และที่สำคัญเผื่อเวลาไว้ด้วยน้า เพราะเราสอบวันเสาร์ ก็ยังดีที่ว่ารถไม่ติด  IDP เองจะส่งสถานที่สอบ และข้อมูล Venue มาให้ทางเมลเราก่อน 2-3 วันในการสอบ ทำให้เราสามารถเตรียมตัว และแพลนได้ว่าจะขับรถไปเอง หรือนั่ง  MRT/BTS  ไป อีกอย่างที่เราอยากแนะนำเลยคือไม่ควรกินน้ำเยอะ เพราะถึงแม้ทาง  IELTS เขาจะให้ออกไปเข้าห้องน้ำระหว่างสอบ เรารู้สึกว่ามันเสียเวลามาก ยอมหิวน้ำไปดีกว่า ถ้ายิ่งรู้ว่ากลัวทำไม่ทัน เขาจะไม่ให้ออกไปเข้าห้องน้ำก่อนสอบเสร็จ 10 นาทีด้วย ทำให้ถ้าจะรีบๆทำ และขอไปเข้าห้องน้ำทีหลัง จะทำไม่ได้นะ

Test Venue: Montien Hotel Surawong

จะมีที่  Stamp บัตรจอดรถวางไว้หน้าห้องสอบให้เราใช้เองเลย ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าจอดเลย

Interview (Speaking) Venue:  CP Tower Silom, 4th Floor (IDP office)

จะมีที่  Stamp บัตรจอดรถให้ใน office ค่ะ ถ้าจำไม่ผิดได้  1 ชั่วโมง

Registration time

  • เริ่มลงทะเบียน สอบ IELTS เวลา 8 โมง 15 นาที ประตูปิด 9 โมงตรง
  • ตรงขั้นตอนนี้เค้าจะมีการถ่ายรูป และ scan ลายนิ้วมือเรา
  • แนะนำให้พร้อมก่อนถึงจะไปต่อแถว เห็นหลายคนรีบเข้า และพอต้องออกมาเข้าห้องน้ำคือยุ่งยากมาก เพราะต้อง scan เข้า scan ออก
  • สำหรับการสอบ ใช้เวลาตั้งแต่ 9 โมง จนถึงเที่ยง  Listening / Reading / Writing อย่างละ 1 ชั่วโมง เป็น  3 ชั่วโมง
  • สอบ Interview จะเริ่มตั้งแต่บ่ายโมง แต่เราจะไม่รู้เลยว่าของเราได้เวลากีโมงจนกว่าจะเข้าไปในห้องสอบ และมีชื่อเราพร้อมเวลาสัมภาษณ์

What to bring:

  • Original หรือ Valid ID Document ที่เราใช้สมัคร สำหรับคนไทยก็เป็นบัจรประชาชน สำหรับชาวต่างชาติก็จะเป็น  Passport  ถ้าไม่แน่ใจให้เอาไปทั้ง 2 อย่างเลยค่ะ
  • เอาเสื้อหนาวไปด้วยก็ดี บางครั้งห้องสอบแอบหนาวอยู่
  • เอาขวดน้ำเข้าไปได้ แต่เค้าจะเอาโลโก้ออกนะคะ
  • ส่วนเรื่องปกกากดินสอไม่ต้องเอาไปนะคะ ทาง IDP จะจัดการเรื่องดินสอและยางลบให้ค่ะ

RESULTS

สำหรับผลข้อสอบ จะมีหลายแบบให้เราเลือกเลย มีการตรวจเองในคอม หรือมีแบบส่ง  SMS ทันทีที่ผลออก เขาจะให้เลือกก่อนเข้าห้องสอบ Interview หรือ Speaking และเขียนที่อยู่เป็นภาษาไทยเพื่อการส่งผลการสอบถึงบ้าน ใช้เวลาเพียง  10 วันทำการก็รู้ผมแล้วค่ะ ของเราคือผลออกวันศุกร์ที่ 7 กันยา เค้าเริ่มส่งเอกสารวันจันทร์ และมาถึงบ้านวันพุทธ ถือว่าเร็วดีค่ะ

ส่วนผลของเราออกมาได้เกือบไม่ผ่านเหมือนกัน เพราะถึง Overall จะดี แต่ Writing ต่ำมากกก น้อยกว่าครั้งแรกที่ทำ ครั้งแรกที่ทำก่อนเข้ามหาลัยได้ 7.0 แต่ครั้งนี้น่าจะผิดพลาดตรงที่ว่าไม่ได้เตรียมตัวไป หรือคิดเยอะไป หรืออะไรจะโง่ลงหลังจากเรียนจบมา(?!)  กลายเป็นได้แค่ 6.0 ดีนะที่มหาลัยที่เลือกเค้าไม่ให้ต่ำกว่า 6.0  สำหรับแต่ละ Band   และไม่ใช่ 6.5 ไม่งั้นก็ไม่ผ่าน สอบตกจ้า ต้องไปสอบใหม่ เสียเงินอีก 6900 บาท

ถึงแม้   Writing จะได้ไม่ค่อยดีเท่าก่อนหน้านี้ แต่ตกใจมากที่ได้   Speaking  และ Listening เต็ม เพราะสอบครั้งแรกเป็น 2  อย่างที่คะแนนน้อย ตอนสอบครั้งล่าสุดนี้คือจำได้เลยว่าฟังช่วงหนึงไม่ทัน และมั่วเต็มที่ 5555 ท่าทางจะมั่วถูกกก และ Speaking ที่คิดว่าพูดอะไรไม่รู้ไป ก็ดันออกมาดีกว่าที่คิด แต่อย่างไรก็ตาม เราก็อยากมาแชร์สิ่งที่เราหา ๆ ไว้ เผื่อในอนาคตถ้าเราต้องทำอีกไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม จะได้รู้ว่าทำอะไรให้ดีขึ้นได้ 🙂


Listening

  •  การ สอบ IELTS แบบ Listening จะเปิดให้ฟังแค่ครั้งเดียว 
  • เราว่าสำคัญที่สุดคือฟังไปเยอะ ๆ และลองทำข้อสอบใน Youtube ดู ที่มีทั้งคำถามและคำตอบให้
  • ตั้งใจฟังหน่อยนะ เพราะเค้าจะมีการเปลี่ยนคำตอบไปมาให้เราสับสน แต่เราคือตั้งใจฟังมากจนมีช่วงเหม่อไปสะงั้น 
  • แน่ใจว่าได้ยินทุกอย่างชัด เค้าจะมีเวลาให้ลองฟัง 
  • ถ้าฟังไม่ทัน อย่าตกใจ และให้เขียน keyword ที่ได้ยินข้างๆ เพราะจะมีเวลาที่จะ transfer คำตอบใส่ใน  answer sheet   ถ้าเรามัวแต่แพนิคจะกลายเป็นว่าคำตอบอื่นก็ไม่ได้ด้วย เพราะนางจะ run ไปเรื่อย ๆ 
  • เขียนด้วย  CAPITAL LETTERS เพื่อความอ่านง่าย 
  •  จะมีเวลา transfer คำตอบไปบน Answer Sheet  เชคให้เรียบร้อยว่าเขียนถูกต้อง

Reading 

 

สำหรับการ สอบ IELTS ในหมวดอ่าน หรือ Reading การบริการเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก ! 

  •  ไม่ควรใช้เวลาเกิน 15 นาทีสำหรับ  Section 1 กับ  2
  •  ให้เวลากับ Section 3 นานกว่า เพราะคะแนนมากกว่า ถึง   30 นาที
  • อ่านคำถามก่อนที่จะเริ่มอ่าน จะทำให้เรา Scan/Skim เร็วขึ้นมาก เพราะรู้ว่าต้อง หา keyword หรือเรื่องของหัวข้ออะไร 

สำหรับคำถาม T/F/NG 

  • ดูคำที่เน้น และค่อนข้างบังคับความหมายเช่น “only”, “all’, “never”  
  • Dถ้าเราใช้เวลาในการหาคำตอบนาน และหาไม่เจอสักที เป็นไปได้สูงว่าคำตอบคือ (NG) Not Given

The text agrees with/confirms the information in the statement = TRUE
When the text contradicts/is the opposite to the information in the statement = FALSE
There is no information/it is impossible to know = NOT GIVEN


Writing: Task 1

สำหรับ สอบ IELTS ในหมวดเขียน หรือ  Writing จะแยกเป็น 2 ข้อ

Task 1 จะเป็นเรื่องของการอธิบาย  graph และเราควรใช้เวลาน้อยกว่า Task 2 ที่จะเป็นการเขียน Essay

สำหรับ Part นี้อย่าเขียนเรื่องตัวเอง หรือความคิดตัวเองลงไป
พยายามใช้คำ Transition  และ Linkers เยอะๆ เพื่ออธิบายสิ่งที่อยู่บน Graph

Linkers: in addition, furthermore, however, although, nevertheless

Use Adverbs:

  • Sharply, suddenly, rapidly, abruptly, dramatically, significantly, considerably
    Example: the prices rose sharply
  • Slightly, gently, gradually, steadily, modestly, marginally
    Example: the prices increased modestly

Use Adjectives:

  • Sharp, sudden, rapid, abrupt, dramatic, steep, significant, considerable
    Example: there was a considerable growth
  • Slight, gentle, gradual, steady, consistent, modest, marginal
    Example: there was a gradual decline

1st paragraph:

สำหรับสิ่งแรกที่เขียนในย่อหน้าแรก ก็คือการอธิบายว่า graph โชว์อะไรเราแบบคร่าว ๆ overview โดยการ paraphase และไม่ใช้คำเดียวกับที่ในข้อสอบใช้

First sentence – what the graph shows:

  • ‘The table shows/illustrates the trends in …. between …….
  • The graph shows……
  • The chart shows how the ….. have changed ……

Second sentence – an overview, the beginning and the end of the chart

Decide if the graph you are describing is:

  • Progressive graph (only 1 graph is given): use ‘ a slight increase’,  ‘go up’, ‘rise’
  • Comparative graph (more than 1 graph is given): use ‘the same as’

2nd paragraph:

  • Describe the most general trends
  • Including the most striking characteristics

3rd paragraph:

  • Give a more detailed description
  • You still need to focus on main trends –> elements within each part of the graph
  • Add data to support your information
  • Don’t describe all small details as this creates lists which sound mechanical

แทนที่จะเขียนละเอียดแบบยาว ๆ เยอะ ๆ งงๆ แบบนี้
It went up by 2% and then dropped up 5%, then rose again for 2 years, and again dropped by 2%.

ให้เขียนสิ่งที่สำคัญและชัดเจนที่สุด แบบนี้แทน
It fluctuated between 5% and 2% for the first quarter of the year.

ตัวอย่างของข้อเขียนที่ได้คะแนนเต็ม # 2:

The bar chart illustrates the estimated amount of oil produced in 6 countries between 1990 and 2010, measured in millions of barrels per day. <– เราเห็นได้เลยว่านางอธิบายว่า Graph นี้โชว์อะไร 

Overall, oil production capacity tended to increase during this 20-year period. The figures for Saudi Arabia were significantly higher than in the other countries, while production was lowest in Qatar.  <– และนางก็เริ่มอธิบาย Overview  คร่าว ๆ และอะไรที่ชัดเจนสุด ๆ 

From 1990 to 2010, there was a significant increase in oil production in Saudi Arabia. In 1990, just over 8 million barrels per day were produced and this rose steadily, reaching a peak of over 14 million barrels per day in 2010. In contrast, the smallest producer was Qatar. Despite a slight increase in 2000, production in Qatar remained relatively stable at less than 1 million barrels per day. <–  เนริ่มเข้าแบบ detail และ specific มากขึ้น

The other countries saw a slight rise in oil production over the period. The estimated figure for Iran in 1990 was over 3 million barrels per day, compared with around 2 million barrels in the other three countries. Although production did not increase in 2000 in the UAE, the amount of oil produced peaked in 2010 in Iran at over 4 million barrels and at almost 4 million barrels in Iraq, Kuwait, and the UAE.

คอมเม้นของผู้ตรวจข้อสอบเขียนตัวอย่างข้างบน :

PARAGRAPH 1

The opening paragraph has all the key information about the graph but it paraphrases the question. This is very important so make sure you use synonyms and rephrase your answer. For example, in this case:

  • “shows” to “illustrate”
  • “oil capacity” to “amount of oil”
  • “from 1990 to 2010” to “between 1990 and 2010”

PARAGRAPH 2

This paragraph gives a clear overview of the chart. The overall trend is that the capacity increased, but there is a big difference between Saudi Arabia and Qatar. This paragraph demonstrates an excellent knowledge of the required grammar and vocabulary.

  • “Tended to increase”
  • “20-year period” (and not 20-years period)
  • “significantly higher than”

PARAGRAPH 3

This paragraph goes into detail about the two most significant countries: Saudi Arabia and Qatar. It follows clearly from the previous paragraph which has highlighted these two countries.

All the key vocabulary to describe movement in a graph is used correctly (“significant increase”; “rose steadily”; “reaching a peak”; “remained relatively stable”).

There are two sentences about Saudi Arabia and then two about Qatar, correctly using the linking phrase “in contrast”. The paragraph is very well structured and cohesive, with no grammar mistakes and an excellent range of vocabulary.

PARAGRAPH 4

Paragraph 4 gives details about the four remaining countries. Again, all the language for describing a graph is accurate:

  • “saw a slight rise”, “peaked in 2010
  • The prepositions are also used correctly (something students often mix up)
  • “a rise in production”, “in 1990”, “compared with”, “peaked in 2010 in Iran at over 4 million barrels”  

Writing: Task 2

ส่วนใหญ่จะเป็นการถามถึงความคิด ไอเดีย ว่าเห็นด้วยกับ statement นี้มากน้อยแค่ไหน
To what extent – how much do you agree? Agree to most or to all

Introduction

  • Background: Start by repeating the question (not copy, paraphrase the question)
  • Include thesis statement (หรือคำตอบที่เรามีอยู่ในใจ ที่ essay ของเราจะอธิบายคำตอบนี้)
    ราวกับว่าเป็น introduction สู่ idea และคำตอบที่เรามีอยู่

    • ไม่เกิน 1 or 2 sentences (2 ideas)
    • ใช้คำเช่น In my opinion, I think, I believe, In my view, I admit 

Body paragraph

Topic sentences – that support your thesis statement

In support ถ้าเราเห็นด้วย:

  • Personally, I believe that…
  • From my point of view…
  • I am convinced that…
  • In my opinion…

In opposition ถ้าเราไม่เห็นด้วย และอยากอธิบายความขัดแย้ง:

  • It can also be argued that…
  • Someone who held the opposing view would say that…
  • However, there is also another side to this discussion.
  • In contrast, some people hold the view that…

Use linkers and examples:

  • Such as, namely, in particular, example of, for example
  • For instance,  to illustrate, to give a clear example, As an illustration
  •  อย่าใช้ LIKE เพราะเป็นภาษาพูดนะจ้ะ

Highlighting and Stressing:

  • Particularly, in particular, specifically, especially, obviously, clearly

Adding Information:

  • In addition, additionally, furthermore, moreover, also, as well as

Concessions and Contrasts:

  • Nevertheless, even though, although, but, in spite of, despite, still, on the other hand, by contrast, in comparison

Reasons and Causes

  • Because, owing to, due to, since, as

Conclusion

  • In conclusion, to conclude, to sum up
  • สรุปจับใจความอีกที จากที่พูดทุกอย่าง
  • พยายาม paraphrase และใช้คำอื่นเพื่อโชว์ว่าเรารู้คำเยอะ

Speaking

สำหรับ สอบ IELTS ในรอบพูด หรือ Speaking ก็จะมี  format ประมาณนี้:

Part 1 Introduction and interview 4-5 minutes  คนที่จะมาสัมภาษณ์เราจะเป็นฝรั่งเจ้าของภาษาหมด และไม่ต้องกลัวนะ เค้าน่ารักใจดีกันหมด เริ่มด้วยการเปิดตัว record เสียงเพื่อที่ว่าถ้าเราอยากจะขอให้เค้าตรวจใหม่จะได้มีอะไรให้ตรวจ และเค้าจะขอ ID  เราในการ  Confirm ตัว พร้อมถามคำถามทั่วไป เช่นชื่อ ครอบครัว ทำงาน กิจกรรมโปรดในเวลาว่าง เพื่อให้เรา warm up และคุ้นชินมากขึ้น
Part 2
Individual long turn
3-4 minutes – Task card which asks you to talk about a particular topic อันนี้นางจะให้ topic เรามา
– Including points to include in your talk และให้กระดาษดินสอในการ note ว่าจะพูดอะไรเป๋นเวลา  1 นาที
– ทาง IELTS เค้าจะไม่รบกวน และปล่ยอให้เราพูดไปเรื่อย ๆ จนเวลาหมด สำคัญที่ว่าจะเราไม่หยุดพูด 
Part 3
Two-way discussion
4-5 minutes พอเวลาเสร็จ ทาง IELTS  จะถามคำถามเกี่ยวกับสิ่งที่เราพูด เหมือนเป็นบทสนทนาทั่วไป 

ไม่เป็นไรเลยถ้าพูดผิด เพราะคนปกติเจ้าของภาษาก็พูดผิดเนอะะ สามารถ  correct yourself และเริ่มใหม่ ทีสำคัญอย่าทำเสียง monotone!

Part 1 – Introduction:

  • อย่าถามคำถามผู้สอบเรานะคะ 555 อันนี้สำคัญมาก เค้าไม่ใช่เพื่อนเรานะ!
  • ควรอย่าลืม main idea ว่าพูดอะไรอยู่ และกลายเป็นพูดแต่น้ำ 
  • พยายามอธิบายไอเดียให้ยาว ๆ และไม่สั้นเกินไป I’m from Bangkok, which is the capital city of Thailand

สำหรับ part นี้เค้าก็จะถามเรื่องของเรา อาจจะมีเช่นเรื่อง ครอบครัว เรียน ทำงาน เตรียมไปว่าอยากพูดอะไร พยายามทำให้ยาวๆ และมี detail หรือข้อมูลเยอะ ๆ

ตอนของเราเค้าถามคำถามแบบ

  • เรียน หรือทำงาน
  • ชอบฝนหรือเปล่า เพราะตอนนั้นฝนตก
  • ชอบอยู่ในเมือง หรือนอกเมือง
  • ชอบห้องไหนที่สุดในบ้าน เพราะอะไร

เราว่าอีกอย่างที่ควรเตรียมไปคือการใช้ idiom ไม่ต้องเยอะมากก็ได้ เราจะได้ใช้แค่อันเดียว ใช้อันที่เรารู้จริง ๆ และไม่ได้จำไป ไม่งั้นจะทำให้แบบคิดไม่ออก และพูดไม่รู้เรื่องเอา 555 นี้คือตัวอย่างที่เราคิดออกนะ

  • A whole new ball game
  • Over the moon
  • A piece of cake
  • Actions speak louder than words
  • Off the top of my head
  • Jump on the bandwagon
  • In a nutshell
  • Couch potato
  • Eager beaver
  • Give it my best shot
  • Down to earth
  • Keeping my fingers crossed
  • Nerve-wracking
  • Put on a back burner
  • Best of both worlds
  • Best thing since sliced bread
  • Blessing in disguise
  • Can’t judge a book by its cover
  • Costs an arm and a leg – expensive
  • Give the benefit of the doubt
  • In the heat of the moment
  • Keep (something) at bay
  • Let the cat out of the bag
  • Once in a blue moon
  • See eye to eye (2 people agreeing on something)
  • Take with a grain of salt (not to take what someone says too seriously)

เรียบเรียงโดย ohmissnnabella.com

Comments

comments