หลังจากที่เคยเขียนบทความสำหรับการลงทุนในหุ้นแบบ basic สุดๆ ไปแล้ว วันนี้เราอยากมาต่อด้วยเรื่องการลงทุนของทอง เนื่องจากตั้งแต่ COVID-19 ราคาทองพุ่งขึ้นมาก แบบไม่เคยแพงขนาดนี้มาก่อนเลย และยิ่งว่างๆแบบนี้ เรามาเพิ่มความเข้าใจ ความรู้เกียวกับทอง ที่เชื่อว่าหลายๆคนอยากรู้แต่ไม่รู้ว่าต้องเริ่มจากตรงนี้ มากไปกว่านั้น ทองดูเป็นอะไรที่ผู้ใหญ่มาก ดูเป็นเรื่องของคนแก่ ที่วัยรุ่นรู้สึกไกลตัว แต่จริงๆแล้วทองคำอยู่ทุกที่ทุกแห่ง เราแค่ไม่รู้เฉยๆ

เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือ เผื่อใครที่เป้นผู้อ่านเว็บมานานไม่รู้ ครอบครัวเรามีร้านทองอยู่ที่ห้าง มาบุญครอง ชั้น 3 ชื่อ บริษัท เพชรทองราชินี จำกัด หลายคนอาจจะไม่รู้ถ้าไม่รู้จักเราเป็นการส่วนตัวเพราะเราไม่เคยบอกในเว็บเลย เนื่องจากไม่ได้ทำงานกับที่บ้าน และเลือกมาทำงานข้างนอก เราเคยไปช่วยงานที่ร้านก่อนเข้ามหาลัยประมาณครึ่งปี ก็ได้ความารู้มาเยอะเหมือนกัน พอที่จะอธิบายเพื่อนๆที่เรารู้จักที่อยากรู้เรื่องทองได้ เราเปิดร้านมา 30 กว่สาปีตั้งแต่รุ่นพ่อ อากงเราก็เป็นคนส่งทองต่างจังหวัดด้วยย

แต่สำหรับใครที่สนใจอยากรู้มากกว่านี้ก็สามารถส่งไปถามเพจของร้านได้เลย พี่ๆเราว่างตอบทุกคนทุกคำถามค่ะ และยิ่งช่วงนี้คนเดินน้อย ยิ่งห้าง มาบุญครองส่วนใหญ่คนเดินจะเป็นนักท่องเที่ยว ทางบ้านเราเลยเริ่ม online marketing ทำหมดทั้งเพจ facebook instagram line! อะขายของเสร็จแล้ว เรามาเริ่มกันเลย คำถามที่พบบ่อยๆ และข้อมูล basic ที่ควรรู้เก็บเอาไว้

ทองคำ และค่าเปอร์เซ็นต์ต่างๆ

คำถามที่พบบ่อยคือ น้องๆ น้องขายทอง 100 หรือเปล่า เป็นอีกหนึ่งคำถามที่ลูกค้าถามบ่อยมากเพราะฉะนั้นวันนี้เรามาทำความรู้จักเปอร์เซนต์ทองกันดีกว่า หน่วยที่นิยมใช้ในการบอกค่าเปอร์เซนต์ของทองคือ karat หรือตัวย่อคือ K เรามักจะได้ยินคนพูดว่าทองนี้ 24k, 23k, 18k อยู่บ่อยๆ
แต่ถ้าคนที่ไม่เคยซื้อทองเลยจะงงมากว่ามันแปลว่าอะไร แล้วทองที่ร้านทองบ้านเราขายอยู่มันกี่ K
ทอง 24k มีเนื้อทอง = 99.99%
ทอง 23k มีเนื้อทอง = 96.5%
ทอง 22k มีเนื้อทอง = 91.6%
ทอง 21k มีเนื้อทอง = 87.5%
ทอง 18k มีเนื้อทอง = 75.00%
ทอง 14k มีเนื้อทอง = 58.33%
ทอง 10k มีเนื้อทอง = 41.67%
ทอง 9k มีเนื้อทอง = 37.50%
ส่วนสีก็จะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ตามรูปจะเห็นว่าทองที่มีเนื้อทองมากที่สุดคือ 24k มีเนื้อทองเกือบจะ 100% จะเหลืองที่สุด และนิ่มที่สุด เพราะ pure ที่สุดนั่นเอง อย่าง 9K จะมีโลหะอย่างอื่นผสมอยู่ด้วย และมีเนื้อทองอยู่เพียง 37.50% เท่านั้น

ถ้าจะบอกว่าร้านน้องขายทอง 100 หรือเปล่า ตามหลักแล้วคนขายทองต้องเข้าใจว่าลูกค้าหาทอง 24k แน่นอน แล้วลูกค้าหลายๆคนก็เชื่อว่าทองที่ร้านทองบ้านเราขายกันนั้น เป็นทอง 24k แต่ความเป็นจริงแล้ว บ้านเราขายทอง 23k หรือ 96.5% ต่างหาก!!!
แล้วมันเกิดอะไรขึ้น คำพูดติดปากว่าทอง 100 ทอง 100 มันมาจากไหน ต้องย้อนไปสมัยก่อน แต่ไหนแต่ไรมาบ้านเราก็ขายทอง 23k หรือ 96.5% มาตลอดนี้แหละ อาจจะมีโรงงานที่ทำ ทอง 97-98% อยู่จริง แล้วหลายๆโรงงานก็อยากให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจก็ดันไปสแตมป์ตราบนทองเป็นเลข 100 ยิ่งทำให้ลูกค้าจดจำคำว่าทอง 100 และเกิดอาการสับสนตั้งแต่นั้นมา พอเวลาผ่านไป สมาคมก็ต้องการให้ทุกร้านใช้มาตราฐานเดียวกันคือ 96.5% เพื่อที่ง่ายต่อการซื้อขาย รวมถึงการประกาศราคาในทุกๆเช้า โดยสรุปแล้วทองมาตราฐานทองคำไทยคือทอง 23k หรือ 96.5% นั้นเอง ทุกวันนี้ยังมีลูกค้าที่เข้ามาถามแล้วพอทางร้านตอบว่าเราขายทอง 96.5% เป็นหลักเหมือนทุกๆร้าน ลูกค้าบางท่านยังคงสับสนอยู่เลย

ทองคำ 24K หรือ 99.99%

ทอง 99.99%  หรือทอง 24K ที่ Bruno Mars ร้องเนี้ยคือ pure ที่สุดนั่นเองค่ะทุกคนนน ทองคำ โดยธรรมชาติแล้วมันนิ่มมาก เหตุผลที่ไม่ทำให้เป็น pure หมดเพราะมันนิ่มไง บางคนไม่ระวังก็กลายเป็นของผิดรูปร่าง บิดง่ายมาก และทอง 99.99% เนี้ยจะเหลืองกว่าทอง 96.5% ส่วนใหญ่ลายจะสวยกว่ามาก เพราะมีการลงยา  หรอการลงสีต่างๆ จะนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจากอินเดียเป็นพิเศษ

ลูกค้าที่มาจากอินเดียชอบชมว่า​​ร้านของที่บ้านมีทอง 24K หรือ 99.99% ลายสวยเยอะมาก เพราะที่บ้านเค้าส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีแบบลงยา และที่ไทยทำลาย และสีสวย

 ทอง 1 บาทหนักกี่กรัม?

ตามมาตรฐานสากลทั่วโลกจะใช้ “กรัม” เป็นมาตรฐานกลางเพื่อให้แต่ละประเทศเทียบน้ำหนักกันได้ง่าย เพราะแต่ละประเทศจะมีมาตรฐานของตัวเอง อย่างเช่นประเทศไทย เราเรียกกันเป็น “บาท”
ประเทศอินเดียเรียกเป็น โทลา (Tola)
อังกฤษ อเมริกา เรียก ทรอยออนซ์ (Troy Ounce)
ทองคำบ้านเราที่ความบริสุทธิ์ 96.5% หรือ 23k
ถ้าเป็นทองแท่ง 1 บาท จะมีน้ำหนัก = 15.244 กรัม
ส่วนทองรูปพรรณ 1 บาท จะมีน้ำหนัก = 15.16 กรัม
เพราะฉะนั้นก่อนซื้อทองรูปพรรณ (หรือแบบเครื่องประดับ พวกสร้อยคอ แหวน สร้อยข้อมือ) ที่ร้านทองควรให้ทางร้านชั่งน้ำหนักให้เราดูเพื่อความสบายใจแบบในรูปนี้! ทางร้านจะชั้งน้ำหนักให้ดูทุกครั้งก่อนส่งนะคะ ส่ง  EMS ฟรีเด้อ ไม่ต้องเอาตัวมาเลยยย

และอะไรคือสลึงอะ?!

เราจะใช้ 15.16 เป็น standard ในการอธิบาย เพราะส่วนใหญ่คนจะซื้อทอง ก็ซื้อมาใส่เป็นรูปพรรณ

ทองคำ 1 บาท = 15.16 กรัม มี 4 สลึง
3 สลึง ( ไม่ค่อยมีขาย ส่วนใหญ่ปัดไป 1 บาทเลย) =  11.37 กรัม
2 สลึง = 7.58 กรัม
1  สลึง = 3.79 กรัม
ครึ่งสลึง (ก็มี และเบาที่สุดที่มีขาย) =   1.89 กรัม

และถ้าใครอยากซื้อทองมากกว่า  1 บาทก็คูณน้ำหนักไปเลย 15.16  กรัม x กี่บาท

ทองคำ 2 บาท = 30.32 กรัม
ทองคำ 3 บาท = 45.48 กรัม
ทองคำ 4 บาท = 60.64  กรัม

ทองคำ คิดราคายังไง ที่เห็นบอกในข่าวทุกวัน

หลายคนไม่กล้าเข้าร้านทองเพราะไม่เข้าใจว่าต้องถามอะไร ราคาคิดยังไง ง่ายๆเลยคือราคาทองวันนั้น เช่น ถ้าวันนี้ราคาทอง 20,000 บาทถ้วนต่อ 1 บาท เราเข้าใจแล้วเนอะว่า  1 บาทแปลว่า 15.16 กรัม ก็แปลว่าถ้าเราอยากซื้อถูกกว่านั้นก็ลดน้ำหนักไป

3 สลึง = 15000 บาท
2 สลึงก็จะเป็น 10,000 บาท
1 สลึงก็จะเป็น 5000 บาท

ค่าแรง หรือค่ากำเหน็จ

แต่เราต้องเข้าใจอย่างแรกก่อนว่า ถ้าเข้าร้านไปถามราคา เรารู้อยู่แล้วจากราคาทองว่าจริงๆต้องเท่าไหร่ แต่ในร้านเค้าก็จะมีค่าแรง หรือค่ากำเหน็จเพิ่ม ที่จะมีในทองรูปพรรณ นี้ก็คือค่าแรงจากการผลิตทองคำจากทองคำแท่งให้กลายมาเป็นทองรูปพรรณในรูปแบบต่างๆ อย่างสร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวนต่างๆ ซึ่งราคาค่ากำเหน็จจะแตกต่างกันตามความยากง่าย ค่ากำเหน็จจะแพงกว่ามากถ้าเป็นทอง 99.99%  หรือ 24K เนื่องจากทองมันนิ่มกว่าทำให้การผลิตยากกว่า และละเอียดอ่อนกว่ามาก โดยเฉพาะถ้ามีการลงยา หรือลงสีให้สวยงามแล้วด้วย ตรงนี้ละที่คนส่วนใหญ่จะขอต่อราคา เพราะเราไม่สามารถต่อราคาทองได้นะเด้อ

ซื้อทองคำเพื่อลงทุน

นี้คือเหตุผลที่ถ้าใครอยากซื้อทองคำเพื่อลงทุน ควรซื้อเป็นทองแท่ง เนื่องจากค่ากำเหน็จน้อย หรือแทบไม่มีเลย เพราะไม่ต้องใช้แรงงานเพื่อผลิตมากมายเหมือนแบบทองรูปพรรณ แต่เราต้องเข้าใจว่าทองแท่งจะหนัก คือเริ่มต้นที่น้ำหนักสูงๆ คือซื้อทีก็คือไม่ใช่บาท 2 บาท อันนี้เพื่อลงทุนเลยโดยเฉพาะ เพราะใส่ไม่ได้ เก็บได้อย่างเดียว และค่ากำเหน็จก็น้อย ทำให้ถ้าขายคือแทบจะเท่าตามราคาทองของวันนั้น เพราะไม่มีหักค่าชำรุดใดๆเนื่องจากเราเก็บเอา ไม่ได้ใช้

อย่างอันนี้ก็  100 กรัม หาร 15.16 กรัม หรือ 1 บาท ก็แปลว่าทองแท่งนี้ประมาณ 6 บาทกว่า ๆ

 

อะไรคือทองตัน กับทองโปร่ง

ความยากง่ายของการผลิตจะขึ้นอยู่กับประเภทการออกแบบต่างๆ ที่จะมีอยู่ 2 แบบหลักๆเลยคือ แบบทองตัน กับแบบทองโปร่ง

ทองโปร่ง มีพื้นที่ว่างภายในเยอะ ทำให้มองดูแล้วใหญ่กว่า แต่ก็ต้องดูแลให้ดีเพราะเสียหายง่ายเนื่องจากข้างในเป็นพื้นที่ว่าง

ส่วน ทองตัน จะเหมาะสำหรับคนที่ชอบความทนทาน ไม่อยากให้ดูใหญ่มาก

สิ่งที่สำคัญคือ เช่นสร้อยทองอาจจะมีน้ำหนักเท่ากันอยู่ที่  1 บาท หรือ 15.16 กรัม และอีกอันดูใหญ่กว่ามาก ก็เพราะนางเป็นทองโปร่งนั่นเอง เราจะเห็นได้ชัดในแบบแหวน ที่ทองโปร่งจะใหญ่กว่ามาก เหมาะสำหรับคุณผู้ชายที่นิ้วมืออาจจะกว้าง และใหญ่กว่า อย่างรูปข้างล่าง น้ำหนักเท่ากันหมด อยู่ที่ design การออกแบบว่าโปร่งหรือตันนั่นเอง

 

 

ส่วนสร้อยคอ ถ้าอยากมีจี้มาในตัวก็จะมีแต่แบบโปร่ง เพื่อให้น้ำหนักเท่าเดิม

ทอง 18K  หรือ 75%

เป็นคำถามที่ทางร้านเจอบ่อยเกี่ยวกับการขายต่างหู โดยส่วนมากต่างหูทองมักจะทำด้วยทอง 18k เพราะทอง 18k ประกอบด้วย เนื้อทอง 75% ส่วนอีก 25% เป็นส่วนผสมของโลหะอื่น เช่น เงิน , พาลาเดียม , นิกเกิล
ทำให้ทอง 18k มีความแข็งแรงทนทานและเป็นที่นิยมในการทำต่างหู สามารถทำแบบออกมาได้หลากหลาย คนสมัยก่อนมักจะติดปากว่าทอง90 เนื่องจากสมัยก่อนหลายสิบปีที่แล้วมีการนำเนื้อทอง 90% มาทำต่างหูจริงและทำกันอย่างแพร่หลาย แต่สมัยนี้แทบจะไม่มีคนทำแล้ว โดยมากร้านค้าจะเลี่ยงตอบพอลูกค้าบอกว่าเอาทอง90 ก็เอาทอง 18k(75%) หรือ ที่ปั้มบนต่างหูด้วยตัวเลข 750 มาให้ลูกค้าดูแทน เนื่องจากขี้เกียจอธิบาย
ลูกค้าหลายคนยังเชื่อว่าทอง 18k เป็นทองปลอม เพราะหลายๆร้านขายแล้วไม่รับคืน ลูกค้าเลยคิดว่าไว้ใส่เล่นไม่ใช่ของจริง แต่แท้จริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น ทอง 18k เป็นทองแท้แน่นอน แต่เนื่องจากมันมีส่วนผสมของทองอยู่ที่ 75% ทำให้ตอนลูกค้ามาขายคืน จะรู้สึกขาดทุนเยอะ (ประมาณครึ่งหนึ่งของราคาซื้อ) แต่อย่างไรก็ดีมันก็ยังมีมูลค่า และคุณค่าทางใจที่ได้ใส่ อีกอย่างบางคนจะมองว่า design การออกแบบ18K นางจะสวยกว่า เงากว่า และดูทันสมัยกว่าค่ะ เป็นความชอบส่วนตัวเลย

ความรู้เพิ่มเติม!

แน่นอนว่ามีอีกหลายคำถามที่เราโดนถามบ่อย นี้เราก็เลยเอาตัวอย่างมา  2 คำถามด้วยกัน ใครที่อยากรู้เพิ่มอย่าลืมไป like page บริษัทเพชรทองราชินี จำกัด ได้นะคะ เพราะจะมีเกณดความรู้มาแชร์กันอยู่เรื่อยๆ

ทองคำขาว และทองขาว แตกต่างกันยังไง?

ทองคำขาว หรือ Platinum เป็นแร่ชนิดหนึ่งที่พบได้ตามธรรมชาติสีจะออกเทาๆ เงินๆ ซึ่งมันเป็นคนละแร่กับทองคำโดยสิ้นเชิง
ทองขาว หรือ White Gold คือทองคำ ที่นำไปผสมกับ พาลาเดียม และโลหะอื่น ให้ออกมามีสีเงินแวววาว
ถ้าเรานำทองคำขาว และ ทองขาว มาเทียบกัน คนทั่วไปจะแทบดูไม่ออกถึงความต่าง ต้องใช้ความชำนาญอย่างมากในการดู แต่ราคาโดยมากแล้ว Platinum จะมีราคาแพงกว่าเมื่อนำมาทำเป็นเครื่องประดับ ทำให้บางทีมีร้านที่แอบอ้างว่าขาย Platinum แต่แท้จริงแล้วเป็น White Gold
เพราะฉะนั้นลูกค้าควรจะถามให้แน่ใจว่าทางร้านขาย ทองคำขาว(platinum) หรือ ทองขาว( white gold) กันแน่
ข้อสังเกตอีกอย่าง platinum โดยมากมักจะมีปั้มเลข pt950 (platinum95%+โลหะอื่น5%) ส่วนทองขาว มักจะปั้มเลข 750 ( ทองคำ 75% +โลหะอื่น 25%)

ทำไมใส่ ทองคำ แล้วคัน อะไรคือทองเหลือง?

คำถามที่เจอบ่อยในการขายต่างหูที่ร้านคือ ทองพวกนี้ใส่แล้วจะคันไหม?? พี่ชายเราก็เคยสงสัยว่าจริงๆ คนเราแพ้อะไรกันแน่ทำไมบางคนใส่ทองแล้วคัน พอดีนางเป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วได้มีโอกาสไปหาหมอภูมิแพ้เลยถามคุณหมอว่าจริงๆแล้วคนใส่ทองแล้วแพ้มีไหม คำตอบของคุณหมอคือมีแต่น้อยมาก

โอกาสที่คนจะใส่ทองแท้ หรือทองที่มีส่วนผสมของทองคำอยู่มาก เช่นทอง 18k ที่มีส่วนผสมทอง 75% โอกาสที่จะใส่แล้วแพ้ หาได้ยากมาก
แล้วก็เลยถามคุณหมอต่อไปว่า จริงๆแล้วคนเราแพ้อะไร ในเครื่องประดับ คุณหมอบอกว่าส่วนมากจะแพ้ “นิกเกิล” (Nickel)

นิกเกิล (Nickel) เป็นส่วนผสมที่พบเจอในการทำเครื่องประดับได้ เพราะนิกเกิลเป็นสารที่ทำให้เครื่องประดับไม่ดำ คนไทยมีจำนวนมากขึ้นที่แพ้สิ่งนี้ อีกอย่างที่คุณหมอบอกคือ แพ้ทองเหลือง ทองเหลืองมักเจอในทองปลอม ทองชุบ อะไรพวกนั้น พอใส่ไปนานๆเจอเหงื่อของคนผสมกัน ก็จะทำให้เกิดอาการแพ้

บางทีเราจะเจอทองที่อยู่ๆกลายเป็นสีเขียวนั้นแหละคือทองเหลือง บางคนก็เรียกกันว่าทองปลอมเลยแหละ เพราะฉะนั้น ลูกค้าที่เคยไปซื้อต่างหูที่เป็นทองชุบแล้วเกิดอาการแพ้ บางทีก็เข้าใจว่าตัวเองแพ้ทอง แต่พอมาลองใส่ทองเปอร์เซ็นต์สูงๆ แล้วกลับไม่แพ้

หวังว่าบทความนี้จะมอบความรู้แบบ beginner สุดๆสำหรับคนอายุน้อยๆที่กำลังอยากเริ่มศึกษา หาความรู้เกี่ยวกับการลงทุนต่างๆนะคะ

Comments

comments