นั่งเครื่องไปเช้าเย็นกลับเมืองมรดกโลก วิสบี้ แห่งประเทศ สวีเดน (Visby, Sweden)

เมื่อซัมเมอร์ 2017 ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไป เที่ยวยุโรป กับเพื่อนที่มหาลัยอีก  2 คนค่าาา เป็นทริปเรียนจบที่สนุกมากก และมีความทรงจำดี ๆ มากมายกลับมา 28 วัน 6  ประเทศกับอีก 12 เมือง เที่ยวครบรสสุด แน่นอนว่าเราต้องมีอะไรมารีวิวและมาเล่าสู่กันฟังแน่นอน ! เราได้ แพลนที่จะเขียนบทความด้วยการเน้นครอบคลุมแต่ละประเทศและแต่ละเมืองที่สำคัญต่าง ๆ งั้นมาต่อกันที่เมืองที่ 7 กันแล้ว คราวนี้เรามาพักที่สตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศ สวีเดน แต่สำหรับวันแรกเราจะบินไปเที่ยวเมืองมรดกโลกอย่าง วิสบี้ ของเกาะกอทลันด์ กันดีกว่าว่าจะคุ้มกับการนั่งเครื่องบินมาไหม


STOP 7: Visby, Sweden

วิสบี้ เมืองเล็ก ๆ บนเกาะกอทลันด์ทางตอนเต้าของประเทศสวีเดน เป็นเมืองเก่าแก่ของชาวไวกิ้ง และยังเป็นเมืองสำคัญทางการค้าในยุโรปเหนือ วิสบี้เป็นเมืองยุคกลาง ที่ยังคงได้รับการบำรุงรักษาดีที่ในเขตสแกนดิเนเวีย มีทั้งกำแพงหินล้อมรอบตัวเมือง สถานที่ปรักหักพัง และโบสถ์เก่าแก่  นอกจากการชมกำแพงเมืองแล้ว ในเมืองยังมีโรงเก็บสินค้ามากมายและ บ้านเรือนของพ่อค้าที่ร่ำรวย ที่ต่างแข่งขันกันตกแต่งบ้านช่องอย่างสวยงาม ในช่วงฤดูร้อนเมือง วิสบี้ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับชาวสแกนดิเนเวียน ขนาดที่ว่า host Airbnb ของเราที่เห็นหายไปและสามารถให้เราเช่าอพาร์ทเม้นเค้าอยู่ได้ก็เพราะหนีมาที่เมืองนี้นี้เอง!

ตอนแรกจริง ๆ ไม่ได้คิดจะมาที่นี้เลย เพราะเห็นว่าไกลและที่สำคัญ จ่ายตังค่าที่นอนที่เมืองสตอกโฮล์มไปแล้ว คิดว่ายังไงก็ไม่น่าคุ้ม ตั๋วเรือก็แพง และยังใช้เวลานาน ตั๋วเครื่องบินคือคิดว่าไม่น่าคุ้มกับการไปเช้าเย็นกลับ กับราคา SEK 1164 สำหรับไปกลับ หรือตกอยู่ที่ 4500 บาท แต่พอคิดไปคิดมาก็รู้สึกว่า จริง ๆ ก็ไม่แพงมากนะ และเหมือนตอนที่ไป ริกา  เช้าเย็นกลับ อันนั้นยังมีเวลาเดินเที่ยวน้อยกว่าอีกเพราะนั่งรถนาน อันนี้นั่งเครื่องแค่ 45 นาทีเอง และเพื่อนเรายิ่งอยากไปอีก บอกน่าไป ดูน่ารัก ก็เลยอะ ไป ไปก็ไปจ้า จองตั๋วโลดดดด

PLANE FLIGHT

สำหรับการเดินทาง เราดูเวลาแล้ว รอบเช้าจะออก 7.45 น. และรอบดึกจะกลับ 19.45 ค่ะ ส่วนตัวสนามบินไม่ใช่สนามบินหลักอย่าง Arlanda แต่เป็นสนามบิน domestic อย่าง Bromma ค่ะ ซึ่งเราคิดว่าดีกว่ามาก เพราะด้วยความที่เล็กกว่า ทำให้ไปสายได้มากกว่านิดหนึง ไม่ต้องรอเชคอินนาน ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้ไปไหนไกลมาก ก็แค่ 45  นาทีเอง ใกล้กว่ากรุงเทพ -เชียงใหม่สะอีกกก จากที่พักเรานั่งไปสนามบินใช้ app uber เรียกรถมา สะดวกดีค่ะ  และราคาอยู่ที่ SEK 142 หรือ 540 บาท ถ้าหาร  3 คนก็พอไหว

สำหรับสายการบิน เรา search google และเจออันนี้ค่ะ เหมือนเป็นสายการบินเดียวที่บินไปวิสบี้  เป็นสายการยบินเล็ก ๆ น่ารัก และที่สำคัญมีอาหารน้ำดื่มให้ด้วย ขนาด 45 นาทีเอง!

 

นี้คือหน้าตาของเครื่องบินที่จะพาเราไปค่ะ ดูอาจจะเล็ก แต่เราว่าไม่น่ากลัวเลย เค้าขับค่อนข้างนุ่มใช่ได้

เสียงดังนิสหนึงเพราะเป็นเครื่องบินเล็ก แต่ในราคาที่เราจ่ายสามารถโหลดกระเป๋าได้ด้วยนะ

พอเราไปถึง ด้วยความงงๆ เรื่องรถบัส ก็ดันไม่รู้เลยนั่งแท็กซี่เข้าเมือง ทั้ง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็นเลยเพราะถึงเช้ามาก และยังไม่มีอะไรเปิด เพราะแท็กซี่เป็น flat rate คือรู้สึกว่าเร็วมาก นั่งไม่ถึง  10 นาที เงินหายไปแล้ว จำไม่ได้ว่าอยู่ที่ราคาเท่าไหร่ แต่รู้ว่าเสียดายตังมาก เพราะน่าจะเดินมามากกว่า พอเค้าพามาถึงก็มาส่งเราที่ลานโล่ง ๆ ที่มีสถานที่ปรักหักพัง ที่ตอนนี้เรามารู้ว่าชื่อ Karins Ruin ตรงนี้จะเป็นเหมือน Main Square ในวันที่เราไป


Main Sqaure

 


Karins Ruin

สำหรับถานที่ปรักหักพังต่าง ๆ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้านะคะ และเป็นเหมือนสิ่งปลูกสร้างที่เค้าเก็บและดูแลรักษา

 


Lars Ruin

วิสบี้เป็นเมืองที่เดินได้เรื่อย ๆ มีบ้านน่ารักเยอะมาก สีสันสดใส และที่สำคัญดอกไม้สวยมาก แต่จะไม่ได้มี landmark อะไรสำคัญ ๆ ที่ต้องไปขนาดนั้น ส่วนใหญ่ก็จะมีกำแพงเมือง และสถานที่ปรักหักพังกระจ่ายทั่วเมืองค่ะ

วันที่เราไปมี lavender ก็เลยไปถ่าย หน้าตาแป้นแล้นมาก

 


Crêperie & Logi

สำหรับอาหารเที่ยง อยากบอกว่ามีร้านให้เลือกเยอะมากกกกก ทั้งขนม ร้าน healthy eat clean มีหมดจ้าาา เลือกยากมากเพราะทุกร้านสวย น่านั่งไปหมด แต่เพื่อนเราไปทำ research มาบอก แก ต้องไปที่นี้ เพราะใน pinterest บอกเป็นร้านในตำนาน และตอนนั้นมายุโรปยังไม่ได้กิน crepe เลย ก็เลยอะ ไป! โชตดีมาก เราไปก่อนเที่ยงแปปหนึงทำให้ไม่ต้องรอคิว และได้นั่งข้างนอกอากาศดีมาก เค้ามีให้ผ้าห่มกันลมกันหนาวด้วย

ร้านนี้มีทั้งเครปแบบของหวานมาพร้อมไอติมกับผลไม้ และเครปแบบอาหารคาวด้วยค่ะ ให้ความรู้สึกเหมือนร้าน Crepes and Co ที่ไทย

 

 

อะมีรูปเพิ่มร้านอาหาร เผื่อไม่เชื่อว่าแต่ละร้านน่ารักจริง ๆ

 

สีเค้าน่ารักเนอะ มีผ้าห่มให้ด้วย คิคิ

 


Almedalsparken

อันนี้เป็น Park ที่อยู่ใกล้ ๆ ทะเลเลยค่ะ สบาย ร่มเย็นมาก เพื่อนเราเอาอาหารที่เลือมาจากบ้าน ก็จะได้มา picnic กินสะเลย ตลกดี มีเปลี่ยนชุดกันถ่ายรูปด้วย

 

อันนี้เป็นทะเลของวิสบี้ หันเข้าประเทศสวีเดนค่ะ

 

 

 

 


Visby Cathedral

ถ้าเดินไปมาก็จะเห็นโบสถ์ของเมืองที่ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1225 เรางงตัวเองมากเพราะไปถึงเมืองเช้า และง่วง ก็เลยไปนอนในโบสถ์ตอนรอเพื่อนถ่ายรูปกันข้างนอก คือมันเหนื่อยขนาดที่ว่าไม่ไหวแล้ว ขอพักสายตาแปป รู้สึกเหมือนคนไม่มีบ้านอยู่จริง ๆ .___.

 


THE TOWN

สิ่งสำคัญที่สุดในวิสบี้ก็คือบ้านแต่ละหลังที่ทำให้วิสบี้เป็นวิสบี้ค่ะ แต่ละหลังสวย น่ารัก ในแบบของตัวเอง ดูแข่งขันกันมาก ทั้งสีสัน และดอกไม้ที่ปลูก

 

มันน่ารักไปหมดเลยอะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ยิ่งอากาศเหมือนเปิดแอร์คือเดินไม่เบื่อเลยอะ จนใกล้ถึงเวลากลับ แทนที่จะนั่งแท็กซี่ไปสนามบิน พวกเราก็เดินเอาจ้า สุดจริง ๆๆ55555 พูดได้เต็มปากแล้วว่าเคยเดินไปขึ้นเครื่องที่สนามบิน5555

ระหว่างเดิน ขนาดเป็นถนนแบบ motorway ยังมีอะไรให้ถ่าย

 

 

 

พอขึ้นเครื่องก็กลับถึงสตอกโฮล์ม และอีกวันก็เที่ยวในเมืองต่อค่ะ เดียวไว้มาต่อกันบทความหน้านะ เจอกันค่าา


เรียบเรียงโดย ohmissannabella

Comments

comments