พาเที่ยว 3 เมืองหลวง ทั่วประเทศเล็ก ๆ อย่าง “ลิทัวเนีย” (Lithuania) กัน

เมื่อซัมเมอร์ 2017 ที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไป เที่ยวยุโรป กับเพื่อนที่มหาลัยอีก  2 คนค่าาา เป็นทริปเรียนจบที่สนุกมากก และมีความทรงจำดี ๆ มากมายกลับมา 28 วัน 6  ประเทศกับอีก 12 เมือง เที่ยวครบรสสุด แน่นอนว่าเราต้องมีอะไรมารีวิวและมาเล่าสู่กันฟังแน่นอน ! เราได้แพลนที่จะเขียนบทความด้วยการเน้นครอบคลุมแต่ละประเทศและแต่ละเมืองที่สำคัญต่าง ๆ งั้นมาต่อกันที่เมืองที่ 9, 10  และ 11 กัน ทั้ง 3 เมืองนี้อยู่ในประเทศเดียวกัน นั้นก็คือประเทศลิทัวเนียค่ะ เราไปหมดเลยสำหรับประเทศนี้เพราะมีเพื่อนอยู่ที่นั้นพอดี แล้วเค้าพาเราเที่ยวว


3 cities: all known to once be Lithuania’s capital

Trakai –> (Kaunas) –> Vilnius

STOP 9: Kaunas, Lithuania

เราเริ่มจากการบินจากสตอกโฮล์มมาถึงประเทศ ลิทัวเนีย กัน เนื่องจากช่วงที่เราไปสนามบินในเมืองหลวงอย่าง วิลนีอุส (หรือ Stop 11) กำลัง under construction ทำให้ทุกสายการบินต้องมาลงที่เมืองใหญ่อันถัดไปนั่นก็คือ เคานัส นั่นเองเคานัส เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ ลิทัวเนีย ในสมัยก่อนเคานัสเคยเป็นเมืองหลวงชั่วคราวของประเทศลิทัวเนีย ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ตัวเมืองตั้งอยู่ตรงที่บรรจบกันของแม่น้ำเนริส (Neris River) และแม่น้ำเนมาน (Neman River)

พอเครื่องมาถึงปั๊ป เพื่อนเราก็มารับที่สนามบิน และพาไปเที่ยวเมืองเลยยย เมืองนี้สามารถเดินภายในวันเดียว และเรามีเพื่อนท้องถิ่นอีก 2 คนพาเที่ยว ซึ่งโชคดีมาก เพราะนางเป็น travel blogger เหมือนกัน เลยรู้เรื่องเยอะอย่างกับเป็นไกด์มืออาชีพเลย ส่วนอีกวันฝนตกหนักทั้งวันเลยค่ะ ตอนแรกก็คือชวนกันไปเที่ยวนอกเมือง แต่เหมือนเป็นวันธรรมดาและฝนตก เลยไม่ค่อยสวย บางอย่างก็ปิด แต่เดียวจะนำเสนอในบทความนี้อยู่ดี เพราะเพื่อน ๆ อาจจะสามารถไปกันได้ในทริปของตัวเอง

Santaka

เป็นจุดชมวิวที่ต้องเดินผ่านสวน ตรงจุดที่แม่น้ำเนริส (Neris River) และแม่น้ำเนมาน (Neman River) มาประจบและเจอกัน จะเห็นคนที่นั้นมาเล่นดูวิว อากาศดีค่ะ

 

Kaunas Castle

พอเดินมาอีกนิด ก็จะเป็นตัวปราสาทที่ก่อสร้างด้วยอิฐสีส้มที่มีความสวยงามมาก

 

Kaunas Town Hall

Aleksotas Observation Deck

นี้เป็นจุดชมวิวที่ควรจะต้องมาอย่างยิ่ง การเดินทางก็จะสามารถเดินขึ้นมาก็ได้ หรือจะจ่ายตังไม่กีบาทเพื่อนั่ง Aleksotas Funicular Railway เหมือนเป็นรถรางขึ้นมาค่ะ นี้จะเป็นวิว iconic ของเมืองที่จะได้เห็นกัน

Kaunas Cathedral Basilica

Tomb of an Unknown Soldier

Famous Street Art

นอกจากที่เที่ยวเช่นปราสาท หรือโบสถ์ต่าง ๆ เมืองนี้เค้าก็ดังเรื่อง street art หรือศิลปะบนกำแพง ที่จะมีให้เห็นเต็มไปหมดในเมือง เราเอาแบบ highlight เด่น ๆ มาให้ดูกันค่ะ

#Elephant

#OldLady

WHAT TO EAT?

CASA DELLA PASTA

เป็นร้านอาหารอิตตาเลี่ยนที่เราว่าอร่อยดีค่ะ ขายพิซซ่าหลากหลายหน้ามากจนเมนูเดียวไม่พอ และก็มีพวกพาซต้า แต่อาหารช้ามากกกกกกกก เราหิวมากก กหงุดหงุดสุด

 

 

MINISTRY OF BOOKS

อันนี้เป็นคาเฟ่ที่อยู่ข้าง ๆ กับร้านอาหารข้างบนเลย เป็นร่านคาเฟ่/หนังสือที่บรรยกาศดีสุด ๆ เหมาะมากสำหรับการมานั่งทำงาน หรือกินกาแฟ อ่านหนังสือในวันฝนตก ในวันที่เราไปมีคนมาเล่นเปียโนให้ฟังด้วย เพิ่งมารู้ว่านางก็เป็นแค่ลูกค้าคนหนึงที่เข้ามาใช้บริการ และขอเจ้าของเล่น นางเล่นดีมาก ตกใจ นึกว่าจ้างเค้ามา

 

KUHNE

ร้านนี้เป็นร้านที่ฮิตของคนเมือง เป็นร้านเล็ก ๆ เล็กมากแบบที่นั่งได้แค่ 4-5 คนเท่านั้น อยู่ใกล้ๆกับ Christ’s Resurrection Church อีกหนึงที่เที่ยวที่ควรต่อการไป อาหารมีให้เลือกไม่มากค่ะ เพราะร้านเล็ก มีั ribs, hamburger และ french fries พร้อมน้ำโซดาสีสันต่าง ๆ

 

Spurginė

อันนี้วันที่เราปิด เสียดายมาก ถ้าเดินตรงมาหน่อยจะร้านพาซต้า ก็จะเจอ เป็นร้านขนมหวานชื่อดังที่ขายโดนัทสไตล์ soviet ที่เพื่อนเราบอกว่าคนขายเหมือนลืมไปแล้วว่าประเทศนี้ได้ประกาศอิสรภาพหลังโซเวียตล่มสลาย เข้าไปเหมือนหลุดเข้าไปอยู่อีกยุค แต่วันที่เราดันปิด เลยมาคอนเฟิมไม่ได้ว่าเป็นไงข้างในค่ะ

 


STOP 10: Trakai, Lithuania

เมืองเล็กๆเมืองหนึ่งที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงวิลนีอุสประมาณ 28 กิโลเมตร ทราไก (Trakai) เมืองแห่งประวัติศาสตร์ ป่าเขา สายน้ำ และทะเลสาบแสนสวย สำหรับใครเป็นผู้ที่หลงรักในธรรมชาติ เมืองเล็ก ๆ นี้ทมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดก็คือ ปราสาททราไก (Trakai Island Castle) ปราสาทแสนสวยที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็ก ๆ กลางทะเลสาบที่ชื่อว่าเกรฟ (Lake Galves) ซึ่งแน่นอนมันเป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของทราไก ปราสาทหลังนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 เพื่อใช้เป็นที่ประทับของ Grand Duke Kestutis ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้นทราไกเป็นเมืองหลวงเดิมของลิทัวเนีย ปราสาทมาสร้างเสร็จในรุ่นลูกคือ Vytautis ต่อมาพอกษัตริย์สิ้นพระชนม์ลง ปราสาทก็ถูกทิ้งให้รกร้างเพราะเมืองหลวงย้ายมาอยู่ที่ใหม่คือที่วิลนีอุส (Vilnius)

 

WHAT TO EAT?

ถ้าไปทราไกก็ต้องอย่าลืมไปชิมอาหารพื้นเมือง หรือ kibinai ที่เป็นเหมือนขนมปังกรอบ ๆ ที่าเราสามารถเลือกเนื้อได้ข้างในว่าจะเอา ไก่ หรือเนื้อ เราว่าอร่อยดีค่ะ และยิ่งอากาศเย็น ๆ ลมดี ๆ ยิ่งได้ฟีล ร้านส่วนใหญ่ที่อยู่ตรงนั้นจะมาอันนี้ในเมนูหมด นางดังจนบางคนต้องซื้อกลับไปบ้านเลย และหอมเครื่องเทศมากด้วย

เราแวะเมืองนี้เป็น day trip เพราะอยู่ระหว่าทางทืี่จะเข้าเมืองหลวงอย่าง Vilnius ค่ะ


STOP 11: Vilnius, Lithuania

เมืองวิลนีอุส (Vilnius) เป็นเมืองหลวงของประเทศลิทัวเนีย ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเพราะความเก่าแก่ยาวนานของประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังมีความสวยงามของอาคารสถาปัตยกรรมที่ที่มีอายุมาตั้งแต่ช่วงยุคกลาง ตัวเมืองวิลนีอุสมีแม่น้ำสายเล็กๆสองสายไหลผ่านได้แก่ Neris กับ Vilnia จึงทำให้ภายในบริเวณเขตตัวเมืองเก่านั้นมีต้นไม้ขึ้นเขียวชอุ่มไปทั่วทั้งเมือง และบริเวณจัตุรัสเมืองหรือ Town Hall Square จะมีสไตล์การปลูกสร้างเป็นศิลปะแบบบาโร๊ค (Baroque) และมีบางส่วนก็จะมีส่วนผสมของศิลปะแบบโกธิค (Gothic) รวมอยู่ด้วย

เรามาเที่ยวกับ walking tour ฟรีท่ีจะมีในทุก ๆ เมืองยุโรป เราสามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายตังนางเท่าไหร่ เหมือนเป็น tip ตอนสุดท้าย ส่วนใหญ่ก็คนละ 10 ยุโรเป็นพิธีค่ะ แต่บางคนก็มีแบบเดิน ๆ จนใกล้จะถึงที่สุดท้ายก็เดินออกไปเลยก็มี 555 สนุกดีค่ะ ได้เจอเพื่อนจากประเทศอื่น ๆ และก็ได้เดินดูสิ่งสำคัญ ๆ พร้อมข้อมูลจากเค้า การเดินไม่เกิน 2 ชั่วโมง สามารถออกเมื่อไหร่ก็ได้

Church of St. Anne

นี้เป็นโบสถ์ที่มีความสำคัญต่อเมืองมาก เนื่องจากมรการเล่าว่าตอนนโปเลียนได้มาถึงที่นี้ และเห็นโบสถ์แห่งนี้ ถึงกับบอกออกมาเลยว่า จะกัมมือโบสถ์นี้ไว้่เพื่อเอากลับไปกรุงปารีส

 

Three Crosses

อันนี้เป็นอีกที่ชมวิวของเมืองหลวงค่ะ ที่ต้องเดินขึ้นเขานิดหน่อย แต่เป็นการออกกำลังกายไปในตัว5555

Cathedral Basilica

มหาวิหารขนาดใหญ่สีขาวสวยงาม โดยเฉพาะที่ด้านใน ด้วยหลังคาสูง โปร่ง โล่งสบาย การตกแต่งเป็นแบบ Minimalist จึงทำให้ดูเรียบง่าย สมกับที่เป็นที่สักการบูชา ที่บริเวณด้านหน้ามหาวิหารจะเป็นจัตุรัสอีกหนึ่งแห่งที่ชาวเมืองต่างออกมาพบปะสังสรรค์กัน

 

WHAT TO EAT?

Dione Dairy Ice Cream

สำหรับที่กิน ร้านไอติมนี้ถือเป็นร้านชื่อดังของเมืองเก่าที่ต้องมาลอง เพื่อนเราบอกบางวันอาจจะมีคิวออกมาเลย แต่วันที่เราไปไม่มีคนเยอะค่ะ อย่างที่ชื่อร้านเขียนไว้ Anno 1950 หรือเปิดทำการตั้งแต่ 1950 นั่นเอง

Lithuanian Cold Beet Soup

อีกหนึงอาหารพื้นเมืองที่ควรต่อการลองคือซุปชมพูอันนี้ มันเป็นซุปเย็น ๆ ที่เราเห็นตั้งแต่ที่รัสเซียแล้ว น่าจะมาจากที่นั้น เค้านิยมกินกันมากค่ะ บอกว่ามันทำให้รู้สึกสดชื่น สีชมพูที่ได้ก็ไม่ใช่สีอาหารนะ แต่เป็นสีของ beet root นั่นเอง


เรียบเรียงโดย ohmissannabella.com

Comments

comments