เที่ยวฉบับมนุษย์ออฟฟิศ ตอน: หยุดยาวที่ “ฮ่องกง” สำหรับคนไม่อยากช้อป/ไหว้พระ

ใครว่าวันหยุดยาวต้องไปเที่ยวได้แค่ต่างจังหวัดในไทยเท่านั้น บางทีราคาโรงแรมดี ๆ ระดับ  5 ดาวของไทยก็สามารถพาเราบินไปต่างประเทศที่อยู่ใกล้ ๆ ได้สบายเลย ไม่ว่าจะฮ่องกง สิงค์โปร หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า ลาว กัมพูชา วันนี้เราติดสินใจชวนเพื่อน ๆ ไป “ฮ่องกง” กัน อะ แต่ไม่ใช่เพราะช่วงนี้มีเรื่องเล่าในเน็ตว่าไปขอคู่แล้วจะได้นะ แต่เพราะว่าไม่ได้ไปมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว เมื่อก่อนไปเที่ยวฮ่องกงกับมาเก๊าบ่อยมาก และอยู่ดี ๆ ก็ไม่ได้ไปอีกเลย ถึงเวลาไปดูสิว่ามีอะไรใหม่ ๆ ให้เที่ยวบ้างตามสไตล์คนไม่มีเวลาอย่างเรากัน !


ถ้าใครเป็นเหมือนเรา คือไม่ได้มาสายช๊อป หรือสายทำบุญ แต่มาสายถ่ายรูป งั้นก็มาถูกที่แล้ววว เพราะเราไปเที่ยวครั้งนี้คือมีแต่ที่เที่ยวแปลก ๆ ใหม่ ๆ ที่ blogger  เค้าไปกัน แบบชนิดที่ว่า เอ้าเห้ย นี้มัน ฮ่องกง จริง ๆ หรอ!? เพราะถ้าไม่ tag location ก็ไม่มีทางเดาออก เห็นแล้วต้องไปเชคอินกันบ้าง พอเราคิดถึง ฮ่องกง เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็ต้องคิดถึงช๊อปปิ้ง ไม่ก็ Disneyland หรือไปทำบุญไหว้พระใหญ่ที่มีอยู่หลายศาลเจ้า ที่คนไทยเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ๆ แต่ด้วยความที่เคยไปมาหมดแล้ว ก็เลยมี list ใหม่มานำเสนอจ้าาา

Sai Wan Swimming Shed

อันนี้เราตกใจจริง คือรู้มาตลอดว่าฮ่องกงเป็นเกาะนะ แต่ไม่เคยคิดว่จะมีฟีลแบบให้ดูวิวแบบนี้5555 เปลี่ยนบรรยากาศจากที่ดูน้ำทะเลระหว่างช๊อปปิ้งที่ Victoria Habour เป็นดูข้าง ๆ โขดหินบ้างก็รู้สึกเปลี่ยนฟีลไปได้แบบไม่น่าเชื่อ

การแอบยากนิสหนึง แนะนำว่าควรไปตอนช่วงพระอาทิตย์ตก เพราะโรแมนติดสุด ๆ และเราจะเห็นคนเค้ามาเป็นคู่กัน เพราะที่นี้เป็น  spot ที่คนชอบมาออกเดท เนื่องจากได้มีการเดินขึ้นเขานิดหน่อย และวิวที่สวยของพระอาทิตย์และน้ำทะเล ทำให้เป็นสถานที่ที่ดีมาก ๆ ในการออกเดท


Sheung Wan

ด้วยความที่เป็นสายชอบนั่งเล่นโทสับชิว ๆ ในร้านคาเฟ่ แน่นอนว่าเราต้องเตรียมหาคาเฟ่สวย ๆ น่ารัก ๆ เพื่อถ่ายรูป และชิวอย่างแน่นอน เราถามไปถามมาไปเรื่อย พอมาดูในแผนที่ก็รู้สึกได้ว่า เห้ย คาเฟ่ที่คนสวนใหญ่ชอบกันจะมาร่วมกันตรงย่านนี้ เหมือนย่านนี้จะเป็นย่านวัยรุ่น ๆ หน่อยยังไงยังงั้น แต่เอาจริง ๆ พอเดินก็ไม่ได้อย่างที่คิด ที่ว่าจะอยู่ด้วยกันหมด นอกจากคาเฟ่แล้วย่านนี้ยังมี Graffiti  หรือที่เค้าเรียกว่า Street Wall Mural เยอะไปหมด เดินไปเดินมาแล้วเจอก็เพลินดีค่ะ พร้อมหาร้านน่ารัก ๆ ถ่ายรูปไปด้วย แปป ๆ ก็หมดไปครึ่งวันแล้วว

ถ้าดูตามรูปข้างล่างคือการเดินคร่าว ๆ ของเรานะ ออกจากสถานี Sheung Wan ทางออก A2 เสร็จก็เดินไปดู Graham Street Wall Mural ได้เลย และค่อยเดินต่อไปจนถึงสวนที่มีคาเฟ่น่ารัก ๆ รายล้อม จะบอกว่าระหว่างทางก็มีให้ดูตลอดเวลาเลยค่ะ

1. Graham Street Mural

พอดีเห็นโพสในเฟสช่วงก่อนไปว่ามี street art ตรงนี้ที่ต้องไปดูกัน แต่พอไปดูจริง ๆ คือคนเยอะมากจนขี้เกียจรอถ่ายรูป และรู้สึกแปลก ๆ เพราะคนเหมือนรอกันไปรอกันมา ไม่อยากถ่ายเลย55 เราเลยไม่ได้ถ่าย แต่เดินเล่นเอา

2. Arch Angel Art

ถ้าตรง Graham Street Mural คนเยอะ เดินมาอีกนิด ก็จะเห็นว่าในซอยแถว ๆ นั้นมี  street art  กันหมดเลย แต่ตรงที่ iconic อีกอันคือที่เป็นรูป  Marilyn Monroe ค่ะ ตรงนี้อยู่ตรงมุมตึก สีสวย retro ถ่ายขึ้นกล้องสุด

3. Grassroots Pantry

อันนี้เดินไปเดินมาต้องเห็น ตอนแรกว่าจะเข้าไปกิน แต่พนักงานร้านไม่น่ารักเลย ดูไม่ค่อยง้อ หรือเค้ารู้ว่าเรามาเพื่อถ่ายรูปไม่ได้มากินเนื่องจากแบกกล้องด้วยความหนักอย่างเห็นได้ชัด แต่ดูแบบเออไม่สนใจว่าจะมีโต๊ะไหม พอเราอยากนั่งตรงนี้ ก็บอกว่าเออมีคนจอง ๆ  ๆ ๆ จองมันไปหมดเลยเดินออกมาแบบเออไม่นั่งก็ได้ ถ่านข้างนอกแทน น่ารักกว่าอีก เพราะข้างในเหมือนแสงไม่ค่อยมี

4. teakha 茶。

ร้านนี้เป็นร้านแรกที่ได้นั่งสักทีค่ะ ชอบฟีลลล ร้านเล็ก ๆ แต่มีคนเยอะอยู่ มีที่นั่งไปถึงข้างหลังร้าน มีฝรั่งมานั่งชิวกันเยอะ และเราว่าเค้กเค้าอร่อยย

5. Fleur et Cafe

เป็นอีกร้านที่เล็กและ  awkward  มากตอนที่เข้าไป รู้สึกว่านั่ง 4 คนก็เต็มแล้ว ความเป็นเราก็เข้าไปถ่ายรูปเฉย ๆ และออกมาโดยไม่ซื้อสินค้าใด ๆ อีกครั้ง

6. Cafe Deadend

เราว่าร้านนี้ดูดี minimal ดีค่ะ และดูมีที่ให้นั่งมากกว่า แต่ก็ไม่ได้เข้าอยู่ดี เพราะเต็ม (เห้ออออ) เหตุผลที่ชื่อ  cafe deadend ก็ตรงตัวเพราะอยู่ตรงมุมซอยเงียบ ๆ ที่ไม่มีรถผ่านไปมาเหมือนร้านอื่น ๆ ตอนแรกดูไกล ๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นร้านคาเฟ่ เพราะ minimal  มากจริง ๆ เราว่าน่าจะดูดีกว่านี้ถ้าคนน้อย ตอนเราไป ครอยครัวพาเด็กกันมา ดูวุ่นวายไปนิสส


Choi Hung Estate

อันนี้ไม่ไปคงจะไม่ได้ เพราะเห็นหลายคนไปถ่ายรูปกันน ทั้งฝรั่ง ทั้งไทย ทั้งเอเชีย ไปมาหมดดด มันก็คือเจ้าตึกที่มีสีสันสวยงาม ตอนแรกเราก็เข้าใจว่านางอยู่สิงคโปร์ แต่เปล่าจ้าา นางอยู่ฮ่องกงนี้เอง และการเดินทางก็ง่ายแสนง่าย และเพราะเป็นตึกแถวบ้านคน ทำให้การเดินทางมันสะดวกมาก ออกจากสถานีก็ถึงเลยยย ตรงที่ยากคือหาจุดที่เค้าถ่ายรูปกันไม่เจอเนี้ยละ

พอเดินไปเดินมาก็เจอ ร้อนมากกกกก และคนเยอะ เห็นยังงี้กว่าจะได้คิวถ่าย ต้องเกรงใจกันไปเกรงใจกันมา


Innovation Tower

ที่นี้แอบไปยากนิสหนึง เพราะไม่มีสถานีที่ไปโดยตรง แต่ถ้าใครชอบการ design แบบขาว ๆ สะอาด ๆ เหมือนอยู่  central embassy  อะไรงี้ ก็น่าจะชอบนะ คนที่ดีไซน์ก็เป็นใครไปไม่ได้ถ้าเกิดเป็นแบบแนวนี้ ต้องเจ้ Zaha Hadid นั่นเองงง เป็นตึกใหม่ที่เพิ่งเปิดเมื่อกลางปี 2013 ค่ะ

 


Montane Mansion

โอ้โห อันนี้คือจุด iconic  ของฮ่องกงสำหรับชาว millennials เลยก็ว่าได้ มันก็คือจุดที่บ่งบอกความเป็นฮ่องกงอย่างชัดเจน ตึกแถวที่ยัดกันอยู่แบบดูแล้วคันตาาาา ยุ่งเหยิง ทำให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นี้ ที่มีพื้นที่การใช้สอยน้อยและแคบมาก ทำให้นึกถึง เมืองเถื่อนในอดีตที่เกาลูน หรือที่เค้าเรียกกันในภาษาอังกฤษว่า  Kowloon Walled City ที่มีความแออัด ยากจน และไม่มีระเบียบอย่างมาก อาจจะถามกันว่าเอ้าแล้วไปรู้จักได้ไง ก็เพราะที่แห่งนี้เป็น set  ของหนังฟอร์มยักษ์ มากมายอย่าง  Transformers: Age of Extinction เป็นการโชว์ถึงแก่นวิถีของคนที่นี้อย่างแท้จริง แน่นอนว่ามาครั้งนี้ก็ต้องไม่พลาด การเดินทางไม่ยากเลยค่ะ แต่ที่ยากคือหามุม และจัดกล้องให้ถ่ายได้ให้สวย ใช้เวลาประมาณหนึงเลย

จะบอกกว่าจะได้รูปนี้คือคนถ่ายเกือบตกจ้ะ จะบอกว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะได้มุมที่เราชอบบบบ จิกกล้องแตกตั้งนานนนน

นี้ก็จะเป็นบรรยากาศโดยรอบตอนออกจากสถานีมา ตึกสกปรก ยุ่ง วุ่นวายมากกก เห็นแล้วไม่น่าอยู่เลย แต่เป็นอะไรที่ฮ่องกงจริง ๆ

การเดินทางสามารถเลือกได้ว่าจะลงสถานี  Tai Koo หรือ Quarry Bay  เราเลือกที่จะลง Tai Koo ค่ะ เพราะได้ที่นั่งพอดีอยากนั่งต่อ 55

อะ ถ้าใครไปแล้วไม่อยากไปไหว้พระที่เดิม ๆ หรือมีคู่แล้วไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปขอพรที่ไหน ก็อย่าลืมแวะไปดูที่ต่าง ๆ กันนะ 🙂

 


เรียบเรียงโดย Ohmissannabella.com

Comments

comments