“เชื้อราในช่องคลอด” ปัญหาที่ผู้หญิงเป็นเยอะ เป็นบ่อย แต่ไม่กล้าพูดถึง

“เชื้อราในช่องคลอด” หรือ Yeast Infection เป็นปัญหาผู้หญิ้ง ผู้หญิง ที่สาว ๆ เป็นกันเยอะ บางคนก็เป็นกันบ่อย แต่ไม่มีใครกล้าเปิดปากพูดกันสักคน นี้ก็เพราะมันคันในที่ ๆ ไม่อยากบอกใคร กลัวบอกแล้วจะน่าอายบ้าง อี๋ แกไปทำอะไรมา อี๋ แกไม่ล้างให้สะอาดหรือเปล่า?! แต่เชื่อหรือไม่ว่าโรคนี้พบบ่อยขนาดที่ผู้หญิง 3 ใน 4 ต้องเคยเป็นมาแล้วสักครั้งในชีวิต และเราเองก็เป็นหนึงในนั้น ที่เจอมาแล้ว เจอมากกว่าครั้งหนึง และต้องทรมานมาก เพราะมันคัน คัน คัน!

อะไรคือ “เชื้อราในช่องคลอด”?

เชื้อราในช่องคลอด อาจจะฟังดูอี๋ จริง ๆ มันก็อี๋นั่นแหละ แต่มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด จริง ๆ แล้วมันแค่น่ารำคาญมากกว่า อย่างที่ได้วาง vdo ไว้ข้างบน มันเป็นเรื่องปกติมาก ๆ ที่จะเกิดขึ้น ไม่ต้องอายกันนะ เพราะเราเป็นบ่อย พอเราถามแม่ แม่ก็บอกปกติ

สิ่ง ๆ นี้คือฝรั่งจะคุยกันอย่างเปิดเผยมาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เค้าจะชอบรู้ว่าใครเป็นก็ตอนผู้หญิงคนนั้นเริ่มกิน Cranberry Juice เพราะเค้าเชื่อว่าเจ้า Cranberry Juice จะช่วยปรับสมดุลให้อาการดีขึ้น เพราะมี bacteria ตัวที่ดี ที่จะช่วยไปต่อสู้กับเชื้อรา แต่อันนี้ก็ไม่รู้จะจริงปะนะ เพราะก็เห็นให้กิน ให้ลองหลายอย่างเหลือเกิน

“เชื้อราในช่องคลอด” มีอาการยังไงบ้าง

 

อาการจะแบ่งออกไปจากน้อย ปานกลาง ไปมาก อาการจะมี คัน อันนี้คันจริง ๆ คัน

เจ้าโรคนี้จะมีอาการตั้งแต่น้อยไปมาก อาการก็จะมี

  • อาการคันอย่างรุนแรง แบบที่ว่าไม่ไหวแล้ว อยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้ และอาจจะทั้งปากช่องคลอด หรือภายในช่องคลอด
  • มีอาการแสบร้อน โดยเฉพาะในขณะมีเพศสัมพันธ์หรือการปัสสาวะ
  • ตกขาวผิดปกติ อาจมีลักษณะสีขาวข้น ๆ คล้ายชีส บางครั้งมีความเหนียวด้วย
  • บริเวณปากช่องคลอดมีอาการบวม แดง

สาเหตุของ “เชื้อราในช่องคลอด” เกิดมาจากอะไร

และคือมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เกี่ยวกับความสะอาด หรือคู่นอนเลย บางครั้งอาจจะมีเกิดเพราะซ

  • แพ้แผ่นอนามัย พวก carefree โดยเฉพาะที่มีกลื่นน้ำหอม เกิดอาการอับชื้น เพราะเปลี่ยนไม่บ่อย
  • เช็ดน้องสาวไม่สะอาดหลังอาบน้ำ หรืออัสสาวะ
  • กางเกงในตากไม่แห้ง ไม่โดนแดด จะเป็นบ่อยตอนช่วงหน้าฝน
  • ใช้เจ้าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นของผู้หญิง อย่างแลคตาซิด เยอะไปก็มีผล
  • ใส่กางเกงรัดหรือคับตรงเป้าไป ทำให้ไม่มีอากาศถ่ายเท

มีเหตุผลมากมาย จนไปถึงความเครียด นอนน้อย ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ และทำให้เชื้อราโตด้วยความเร็วแสงงง

“เชื้อราในช่องคลอด” อันตรายไหม?

จริง ๆ แล้วอย่างที่บอก เพราะความ  COMMON ของโรค จริง ๆ มันไม่อันตรายเลย แค่น่ารำคาญมากกว่า แต่เราไปอ่านมาและรู้สึกว่าโรคเชื้อราในช่องคลอดบางครั้งเป็นอาการของโรคอื่นอีกที ซึ่งเรารู้สึกว่าอันนี้คือ extreme case เกินไป ที่เรารู้สึกว่าเน็ตทำให้คนกลัวอีกแล้ว จริง ๆ อ่านไปงั้น ๆ ไม่ต้องคิดมาก เพราะบ้างเราก็รู้ของเราเองว่าเราไม่ได้เป็น มันเว่อร์ไป เช่น

  • ภาวะตั้งครรภ์ เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงขึ้น ที่ทำให้น้ำตาลกลูโคสในช่องคลอดสูงขึ้น เป็นสาเหตุให้เชื้อรามีการเจริญเติบโต
  • โรคเบาหวาน
  • การใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานเกินไป ทำลายสมดุลของเชื้อราในช่องคลอด
  • การรับประทานยาสเตียรอยด์ เพราะจะลดภูมิคุ้มกันต้านทานโรค
  • ผู้ป่วยที่มีโรคภูมิคุ้มกันต้านทานบกพร่อง หรือโรคเอดส์
  • ภาวะที่คู่นอนมีการติดเชื้อรา

เอ้า หรือฉันติดใครมา หรือฉันเป็นโรคเบาหวานโดยไม่รู้ตัว หรือฉันท้อง โอเคใจเย็น ๆ กันก่อน ส่วนมากคือถ้าไม่เป็นหนักก็หาซื้อยาตามร้านยาทั่วไป บอกเป็นเชื้อราในช่องคลอด บอกอาการไปว่าคันมานานแค่ไหนแล้ว บลา ๆ เค้าก็จะแนะนำว่าให้กินยา หรือทา หรือสอดเอา ส่วนใหญ่ก็จะหายทันทีแบบไม่ต้องไปหาหมอ

ถ้าเป็น “เชื้อราในช่องคลอด” ควรไปหาหมอหรือเปล่า?

ถ้ากินยาแล้ว ทายายแล้ว ยังไม่หาย ลองมันหมด ทั้งวิถีธรรมชาติเอ่ย ยาเม็ด ยาทา ยาสอด ก็ยังคัน ๆๆๆๆ แนะนำให้ไปหาหมอเลยค่ะ อันนี้ต้องตรวจภายใน เราก็ไปตรวจมา เพราะส่วนใหญ่เป็นคือกินยาก็จะหาย ครั้งนี้สอดไปหายอยู่แค่คืนเดียว กลับมาอีกและ ยิ่งช่วงหลัง ๆ นี้เป็น ๆ หาย ๆ บ่อย เลยอยากไปหาหมอเพื่อถามว่าทำยังไงให้หายขาด เราจะรู้อาการของเราดีว่าอันนี้มันไม่ไหวแล้วโว้ย หรือเห้ยอันนี้ยังพอได้อยู่ แต่จริง ๆ ไม่ต้องอายคุณหมอเลย เพราะนางเห็นมาบ่อย และเยอะแล้ววว เราก็ไปตรวจครั้งแรกเพราะเรื่องนี้ละ แปปเดียว ไม่ถึง 15 วิ หมอเช็คว่าเป็นเชื้อรานะ เพราะบางครั้งอาหารคันนี้อาจจะเป็นผลมาจากโรคอื่นที่ตัวเราเองดูไม่เป็น และก็ไม่รู้ เช่น โรคเริม โรคเอดส์ โรคหน่องใน (Gonorrhea) หรือ โรคหนองในเทียม(Chlamydia) และพอเค้าดู เค้าจะรู้โอเค  อันนี้คือเขื้อรานะจ้ะ ไม่ใช่โรคติดต่อทางเพศ confirm เสร็จ ป้ายยา และเสร็จเลย

คำแนะนำที่ได้จากคุณหมอ

เราเข้าใจว่าโอเคถ้าคัน ต้องแช่น้ำอุ่น เพราะมันคันไง ก็อยากแช่ หมอบอกไม่ได้นะ เพราะเชื้อราชอบอะไรชื้น ๆ เปียก ๆ ทางที่ดีคืออาบน้ำเสร็จ ให้เอาไดร์เปาผมเปาน้องสาวให้แห้ง

ทายาหลังจากปัสสาวะเสร็จ และยาสอดเนี้ยให้นอนสอดจะลึกกว่า ห้ามปัสสาวะหลังสอดยาเข้าไปทันที ถ้าปวดก็ไปทำธุระก่อนและค่อยสอดยา ยาที่สอดไปต้องอยู่ในตัวสัก 1 ชั่วโมง แบบไม่ไปยุ่งกับมัน ซึ่งจะดีมากถ้าสอดตอนกลางคืน แต่ถ้าต้องลุกมาปัสสาวะก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะยาได้ดูดซึมไปแล้วอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

วันนี้ยาที่เรารู้สึกว่าน่าสนใจอีกตัวที่คุณหมอฝากมาให้ด้วยคือ bacteria ดีที่เราจะเอาไว้สอดเพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในช่องคลอด bacteria ตัวนี้ต้องอยู่ในความเย็น กลับบ้านมาต้องรีบใส่ตู้เย็นเลย เป็นเม็ดยาสอดปกติทั่วไป แต่ไม่ได้ช่วยเรื่องเชื้อยา เพราะเรื่องนั้นยากินและยาทาขะช่วยเองง เนื่องจากเราได้ใช้ยาสอดไปแล้วก่อนมาหาหมอ

คุณหมอก็จะอธิบายว่ายาสอดมี 2 แบบ แบบสอดทีเดียว 500mg หรือ 5 อัน อันละ 100mg เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาดูดซึม แต่บางครั้งขี้เกียจ และเพื่อความสะดวกสบายก็เอามันสะเลยทีเดียวก็ได้เหมือนกันนน

จบแล้วค่าาา อยากพูดถึงเรื่องนี้เพราะหลายคนเป็นกันบ่อยแต่ไม่ค่อยพูด ส่วนบางคนเป็นและแพนิคมาก แค่อยากบอกว่าไม่เป็นไรน้าาา มีครั้งนี้ที่เราเป็นและเราบ่นกับเพื่อนที่ทำงาน เพื่อนที่ทำงานไม่มีใครเคยเป็นเลย ทุกคนแบบอี๋เรามาก5555 แค่อยากมาแชร์ประสบการณ์ว่าไม่ต้องอายที่จะไปหาหมอ หรือบอกใครเลย เพราะปกติจ้า นี้ฉันไม่อายจนกล้ามาเขียนเว็บอะคิดดูว 😛


 

เรียบเรียงโดย ohmissannabella.com 

Comments

comments